งานกราฟิกดีไซน์เนอร์ในโรงแรม ทำอะไรบ้าง?

พูดถึงโรงแรมเพื่อนๆ นึกถึงอะไรกันคะ? พนักงานเนี๊ยบๆ ที่มอบรอยยิ้มให้ผู้คน อาหารเลิศรสราคาแพงๆ บาร์ คาเฟ่ สปา เตียงนอนขาวสะอาดกับหมอนนุ่มๆ มีใครให้มากกว่านี้อีกไหม~ ถ้าพูดถึงตำแหน่งหน้าที่แล้ว ก็คงไม่มีคำว่า กราฟิกดีไซน์เนอร์เข้ามาในหัวเลยใช่ไหมคะ วันนี้เลยอยากจะมาเล่าให้ฟังว่ากราฟิกดีไซน์เนอร์ในโรงแรม ทำอะไรบ้าง? ทักษะอะไรที่จำเป็น? รวมถึงความสนุกและความทุกข์เล็กๆ ของงานนี้ค่ะ

บอกก่อนว่าจันไม่เคยเรียนหรือรู้จักคนโรงแรมมาก่อนเลยค่ะ ก่อนจะมาทำงานนี้ ดังนั้นสิ่งที่จันจะพูดก็ถือได้ว่าเป็นมุมมองของคนนอกวงการที่มีโอกาสเข้าไปอยู่ในโลกของคนโรงแรมค่ะ

กราฟิกดีไซน์เนอร์ในโรงแรมทำอะไร

เชื่อไหมคะว่า Scope งานตำแหน่ง Graphic Designer ของจันมันกว้างออกไปเรื่อยๆ ตลอด 3 ปีที่ทำงานมาค่ะ เพราะเป็นตำแหน่งที่มีเพียงคนเดียวในโรงแรมแห่งนั้น ดังนั้นอะไรที่ต้องทำด้วยโปรแกรม Adobe ทั้งหมด เป็นหน้าที่ของจันค่ะ งานอาร์ทเวิร์ค ตัดต่อวิดีโอ เสียง คลิป Graphic content ที่ขึ้นบนหน้าเฟสบุค ถ่ายภาพข่าว ภาพสินค้า อาหาร food stylist ทำโฆษณา เมนู แผ่นพับ ใบปลิว โปสเตอร์ ออกแบบเสื้อยูนิฟอร์ม ทำเข็มกลัด กะขนาดโลโก้เพื่อสั่งผลิตของใช้ที่อยู่ในห้องพัก แบบฟอร์มต่างๆ ที่ให้ลูกค้ากรอก ซองใส่คีย์การ์ด ของที่ระลึกต่างๆ ออกแบบการจัดดิสเพลย์ในอีเวนท์ต่างๆวาดแปลนสำหรับจัดอีเวนท์ สารพัดเป็นสิ่งที่กราฟิกต้องเริ่มตั้งแต่การรับบรีฟ ออกแบบ ส่งไฟล์งานให้กับ supplier เจ้าที่จัดซื้อคัดมาแล้ว จนได้ออกมาเป็นชิ้นงานที่โรงแรมนำมาใช้ค่ะงานทุกอย่างเริ่มจากศูนย์ เราต้องบอกได้ตั้งแต่ความหนาบางของกระดาษ ความขาวแบบไหน พิมพ์กี่สี งานนี้ไม่รู้ก็ต้องรู้แหละค่ะ 555 Detail เยอะมากจริงๆ

ถ้าจะให้แจกแจงว่ามีศาสตร์อะไรบ้าง Packaging designer, Photographer, Display designer, Advertising designer, Interior designer (ทำ mockup เสนอแนะการทำงานพวกสติ๊กเกอร์ติดผนังชั่วคราว เป็นต้น ค่ะ), Layout designer, Stylist (food เป็นส่วนมาก), Video editor ทุกอย่างที่พูดมาอยู่ในคนคนเดียวกันค่ะ All-in-one ที่สุดบนโลกนี้เลยค่ะ (เพราะมีแค่คนเดียว) เป็น scope งานที่กว้างใหญ่ไพศาลเอามากๆ แต่บางโรงแรมอาจมีกราฟิก 2-3 คน เพื่อแบ่งงานตามความถนัดออกไป บ้างอาศัยการจ้างทำในบางงานที่สำคัญมากๆ แต่โดยพื้นฐานน่ะ ไม่ว่าอะไรก็ต้องทำนั่นล่ะค่ะ

งาน Graphic Designer ในโรงแรม

10 Skills ที่กราฟิกดีไซน์เนอร์ในโรงแรมจำเป็นต้องมี

  1. ใช้โปรแกรมพื้นฐานและตระกูล Adobe ได้
    • Adobe Illustrator ยอดฮิตเพราะ supplier ทุกเจ้าขอไฟล์ ai,
    • Adobe Indesign ถ้าทำในโรงแรม Chain ต่างประเทศ ควรใช้เป็นด้วย เพราะไฟล์งานที่ส่งมาจากแบรนด์ส่วนมากเป็น Indesign
    • Adobe Premiere ตัดต่อวิดีโอ (ที่บังคับใช้โปรแกรมนี้เพราะเขาซื้อ license มาเป็นแพ็คเกจค่ะ)
    • Adobe Photoshop หนักไปทางรีทัชภาพ
    • Adobe Lightroom ปรับแสงสีภาพ
    • MS Office พวก Powerpoint ต้องช่วยทำด้วยค่ะ
  2. ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอได้ สามารถจัด stylist ได้ (โดยเฉพาะ food stylist ต้องทำจริงๆ การหลอกตาเพื่อให้อาหารดูสวยโดยไม่กระทบสิ่งที่เชฟสร้างสรรค์มา จำเป็นมากเลยค่ะ) 
  3. มีความรู้เรื่องระบบการพิมพ์ การผลิตวิธีการผลิตต่างๆ ข้อควรระวัง ข้อยกเว้น เผื่อตรงไหน ยังไง เท่าไหร่ ควรรู้เพื่อให้ทำไฟล์งานได้เหมาะสม กระดาษที่เหมาะสมกับการใช้งาน จันได้ทำตั้งแต่แพคเกจจิ้ง ผ้าเช็ดปาก ที่รองแก้ว เสื้อยืด ออกแบบผนัง ฯลฯ ถ้ามีข้อสงสัยหรือไม่รู้มาก่อน จันมักจะปรึกษาหัวหน้าก่อน ไม่ก็ถามพี่ๆ Purchasing ให้ถาม supplier ดูค่ะ ต้องทำงานกับพวกพี่ๆ เขาบ่อยๆ ไปตีสนิทเข้าไว้นะคะ
  4. ความเข้าใจเรื่อง Branding
    ถ้าทำโรงแรมเครือ มีแบรนด์ดิ้ง เขาจะมี Look มี Feel ที่เป็นข้อบังคับในการทำอาร์ทเวิร์คอยู่ ต้องพยายามคีพลุคไว้ค่ะ Font รูปแบบ สี จะมีเป็นสิ่งที่ควรใช้ ไม่ควรใช้อยู่ ต้องทำตามนั้น จะสร้างสรรค์หรือใส่ความเป็นตัวเองได้บ้าง แต่ต้องตีโจทย์ Marketing ให้แตกว่าเอาไปทำอะไร คนสั่งอยากได้แบบไหน
  5. เข้าใจเรื่องทางเทคนิคที่เกี่ยวกับการโพสต์บน Social Media
    IG ควรใช้รูปขนาดเท่าไหร่ วางข้อความตรงไหนถึงจะไม่โดนบัง ขนาดต้อง 1:1 4:3 หรือ 16:9 โหมด RGB เว็บไซต์ต้องปรับขนาดรูปยังไงให้ชัดแต่เล็ก พวกเรื่องทางเทคนิคที่เกี่ยวกับงานออนไลน์ ต้องรู้พอสมควรเลยค่ะ เพราะต้องทำ Graphic Content ด้วย ต้องเข้าใจระดับนึง
  6. ภาษาอังกฤษเน้นการฟัง เขียน และพูดระดับสื่อสารได้เพราะในโรงแรมจะมีต่างชาติอย่างน้อย 1 คนค่ะ บางโรงแรมมีสอบภาษาอังกฤษก่อนตั้งแต่เขียนใบสมัครเลยนะคะ มีสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษด้วยค่ะ
  7. ทักษะการคุยกับผู้คน (โดยเฉพาะผู้ใหญ่) ไม่ต้องระดับเจ๊าะแจ๊ะ ป๊อปปูลาร์เป็นที่รักขนาดนั้นค่ะ คืองานต้องติดต่อกับคนทุกแผนกในโรงแรม ต้องรับบรีฟจากผู้ใหญ่เยอะ รวมถึงพนักงานอื่นๆ ด้วย ควรรู้จักวิธีการคุยกับคนอื่นๆ และผู้ใหญ่หรือคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าเรา ถ้าสามารถทำได้ดี ได้รับการไว้วางใจ สบายใจ ก็จะทำงานง่ายและราบรื่นค่ะ
  8. Mindset ที่เปิดกว้างสำหรับการเรียนรู้และท้าทาย เราต้องใจกว้างมากพอที่จะทำอะไรที่ไม่เคยทำ และไม่คิดว่าจะได้ทำ ซึ่งจันคิดว่าสาเหตุหนึ่งที่คนโรงแรมมักจะหาคนที่เคยเป็นกราฟิกในโรงแรมอยู่แล้วก็เพราะเหตุผลนี้ค่ะ ประมาณว่คนในวงการรู้กัน ไม่ต้องเคลียร์ใจกันเยอะ
  9. ทำงานเร็ว จัดการและบริหารเวลาตัวเองได้ดี บางทีงานเยอะและเร่งมากๆ ก็มี อยู่ๆ จะเอางานเลย ไม่ควรดองงานไว้ เพราะมีงานเข้ามาเรื่อยๆ เลยค่ะ ควรทำให้เสร็จในแต่ละวัน ต้องทำงานหนัก และอดทน ถ้าต้องถ่ายรูปอีเวนท์กลางคืน จะมีบ่อยๆ ที่ต้องกลับดึกค่ะ ต้องยอมรับตรงนี้ให้ได้
  10. ทำตามกฎระเบียบค่อนข้างเยอะได้ ทั้งเรื่องการเข้างานออกงาน การแต่งตัว ยูนิฟอร์มต่างๆ ต้องใส่รองเท้าส้นสูง เอาแต่ใจตัวเองไม่ได้เลยค่ะ เพราะภาพลักษณ์ของพนักงานเป็นส่วนหนึ่งของงานของเราด้วยค่ะ เวลาเลือกโรงแรม ถ้าทำได้ลองเลือกโรงแรมที่เราชอบ ไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกับเรา จะทำงานได้สนุกค่ะ
งาน Graphic Designer ในโรงแรม
ภาพวาดตอนใส่ชุดสูททำงานถ่ายรูปอาหารเลิศรสในโรงแรม

งานนี้สนุกที่ตรงไหน

จากที่เขียนไปแล้ว ตำแหน่ง Graphic Designer ในโรงแรมดูหนักมากใช่ไหมคะ มันหนักจริงค่ะ! เป็นงานที่เหนื่อยมาก แต่ทำแล้วเก่งค่ะ 5555 !!!  คือได้พัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็ว แถมจะมีที่ไหนที่ได้ทำงานออกแบบได้ครบทุกแขนงขนาดนี้ หายากนะคะ ถ้ายังหาตัวเองไม่เจอว่าอยากไปงานดีไซน์แบบไหน งานโรงแรมก็เป็นที่ที่ได้ทำครบดี มีคนให้คำแนะนำเยอะแยะ เพราะทุกคนมีประสบการณ์ ส่วนใหญ่คนทำวงการโรงแรมจะไม่ค่อยไปวงการอื่นกันค่ะ ทุกคนจะย้ายไปในเครือโรงแรมไปเรื่อยๆ จนแทบจะรู้จักกันหมด “วงการนี้มันแคบนะ” ได้ยินบ่อยๆ เลยค่ะ (ดังนั้นวงการนี้ไม่ควรทำตัวมีปัญหาค่ะ เขารู้กันหมด) แล้วอีกอย่างที่มีความสุขมากๆ ก็คือได้ทานอาหารอร่อยๆ อยู่บ่อยๆ เลยล่ะค่ะ

เงินเดือน

รูปแบบการจ่ายเงินเดือนในยามปกติจะเป็น เงินเดือนพื้นฐาน + Service Charge = เงินเดือนที่ได้รับค่ะ เราจะได้เงินเดือนพร้อม Service Charge ตั้งแต่เดือนแรกที่เข้าทำงาน ฐานเงินเดือนโรงแรมจะต่ำกว่างานอื่นๆ เล็กน้อย เพราะโรงแรมจ่าย service charge ด้วย

ตัว Service Charge แต่ละโรงแรมได้เฉลี่ยแตกต่างกันออกไปตามผลประกอบการแต่ละเดือน (หรือตามแต่นโยบายแปนกการเงินจะจัดสรรให้) มีตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่น หรือถ้าโรงแรมหรูตามเมืองท่องเที่ยวดังๆ ในช่วง High Season หลักหลายหมื่นจนถึงเกือบแสนก็มีนะคะ แต่ก็ขอให้อย่าลืมว่า Service Charge ไม่ใช่ของแน่นอน ช่วงโควิด-19 นี้ทำให้เห็นเลยว่าบางโรงแรมไม่มี service charge ด้วยซ้ำไป ขอให้คิดถึงตรงนี้ประกอบการตัดสินใจไว้ด้วยค่ะ

ความคิดเห็นส่วนตัว

ขออนุญาตบอกก่อนว่าจันลาออกจากงานนี้มาได้สองสามเดือนแล้วค่ะ สิ่งที่ได้อย่างแรกคือน้ำหนักลดลงค่ะ ตั้งแต่มาทำงานที่โรงแรม น้ำหนักลดลงไปประมาณ 15 กิโลได้ ในระยะเวลา 3 ปี ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ทั้งที่ก็กินปกติ อาหารพนักงานก็จัดว่าดี อาจจะเพราะทำงานที่ต้องเดินไปเดินมามากกว่างานเก่าค่ะ

งานโรงแรมนั้น เป็นงานที่เหนื่อยแต่สนุก ท้าทาย และสร้างความผูกพันให้คนที่ทำงานร่วมกันได้อย่างดีมากๆ ได้รู้จักโลกของงานบริการ ซึ่งมันยากมากจริงๆ ค่ะ นอกจากนี้ก็รู้สึกว่าจันได้ทำอะไรเยอะแยะ จากที่เคยคิดว่า อยากลองทำอันนั้น อันนี้ อยากรู้ว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ที่นี่ก็ทำให้จันได้ลองทุกสิ่งที่จันอยากทำ แล้วค้นพบความสามารถที่เรายังไม่มี 

ณ ตอนนี้ วงการโรงแรมอาจดูซบเซา แต่เมื่อสักวันนึงที่วงการท่องเที่ยวกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง การเป็นกราฟิกในโรงแรมก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ไม่แน่คุณอาจจะได้อ่านบล็อกนี้ ณ ตอนนั้นก็ได้นะคะ

*********************
ทั้งหมดเป็นการเขียนและวาดโดยจันเอง
ใครจะก๊อปไปไว้ไหน เครดิต www.nuchun.com ด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ