[Trip to Japan] ตอนที่ 5 : ของในกระเป๋า…และเงินในกระเป๋า

สวัสดีค่า วันนี้จันจะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการเตรียมตัวเดินทางไปเที่ยวที่ดินแดนอาทิตย์อุทัยกันต่อเลยนะคะ

หลังจากที่จัดการเรื่องเอกสารและวางแผนการเดินทางอย่างคร่าวๆ แล้ว ขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้จะทำให้เราเริ่มรู้แล้วว่า การเดินทางในครั้งนี้จะต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่ อาหาร 3 มื้อ (กะคร่าวๆสักประมาณวันละ 2000 เยน) ค่าเดินทาง (ไม่น่าเกินวันละ 1500 เยน ถ้าอยู่เฉพาะในโตเกียวและเดินทางโดยรถไฟ ให้ดีก็ดูเรื่องตั๋ว one day pass เพิ่มเติมอาจจะลดค่าเดินทางได้บ้าง) บัตรค่าเข้าสถานที่ต่างๆ อย่าง พิพิธภัณฑ์ สวนสนุก Gallery และอื่นๆซึ่งกำหนดไว้ตายตัว เราควรดูไปก่อนเลย เพื่อกะค่าใช้จ่าย สุดท้ายคือเงินที่จะใช้จ่ายซื้อของทั้งของส่วนตัวและของฝาก ถ้าไม่มีของที่จะซื้ออยู่ในใจ ก็ติดตัวไป 30000 เยนก็น่าจะพอ แต่ถ้าอยากได้นู้นนี่นั่นเยอะแยะก็คงต้องคำนวณค่าใช้จ่ายกันหนักๆ หน่อยล่ะค่ะ (จันแนะนำให้สำรวจราคาได้ที่ amazon.co.jp หรือ official site ของเว็บสินค้าค่ะ ถ้าไม่มีโปรโมชั่น สินค้าญี่ปุ่นราคามาตรฐานอยู่แล้ว)

ในเรื่องของการแลกเงิน จันแนะนำให้เริ่มเช็คอัตราแลกเปลี่ยนตั้งแต่คิดจะไปค่ะ ช่วงไหนค่าเงินลงก็ทยอยแลกไปก่อน อาจจะแลกทีละ 10000-20000 เยน แบ่งๆ แลก ไม่จำเป็นต้องแลกรวมทีเดียว สมมติเกิดเปลี่ยนใจไม่ไปขึ้นมา ก็แค่ไปแลกคืน อาจจะเช็คช่วงที่เรทรับซื้อสูงกว่าตอนที่ซื้อมา ก็แลกได้เลย กำไรอีกต่างหาก
เงินเยนจะขึ้นจะลงช่วงไหนเป็นเรื่องที่ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า ดังนั้นเราควรมีเรทในใจว่าโอเค ถ้าเรทต่ำถึงเท่าไหร่จะไปแลก ถ้าเงินบาทแข็ง และญี่ปุ่นกระตุ้นเศรษฐกิจ เงินเยนอาจจะลงมาเหลือ 29-30 บาท /100 เยน ถ้าต่ำกว่า 30 บาท จันแนะนำให้แลกไปเลยค่ะ เพราะถือว่าถูกมากแล้ว ถ้ารออยากให้ต่ำลงอีก อาจเสียโอกาสได้ค่ะ ค่าเงินเป็นเรื่องที่เปลี่ยนตลอดเวลา เงินที่เราถือจะกำไรหรือขาดทุนต้องเทียบกับอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่เราใช้ค่ะ หมายความว่า ถ้าอัตราที่เราแลกต่ำกว่าอัตราของบัตรเครดิต ก็ถือว่าเรากำไรแล้วค่ะ ^^

ส่วนแหล่งแลกเงินหนีไม่พ้น ซุปเปอร์ริช ล่ะค่ะ เรทขายจะต่ำกว่าธนาคารเล็กน้อย และไม่เปลี่ยนวันละหลายๆ ครั้งเหมือนอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคาร จึงแลกได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องรีบร้อนแลก อ้อ อย่าลืมสำเนาพาสปอร์ตไปก่อนแลกนะคะ ที่นี่เขาต้องใช้พาสปอร์ตหรือบัตรประชาชนเป็นหลักฐานด้วยค่ะ

ส่วนใครคิดจะใช้บัตรเครดิต คงต้องลุ้นอัตราแลกเปลี่ยนช่วงนั้นๆ ถ้าอยากคุมค่าใช้จ่าย จันแนะนำให้แลกเงินสดไปให้พอจะดีกว่าค่ะ

สำรวจกระเป๋าสตางค์แล้ว เรามาสำรวจกระเป๋าเสื้อผ้ากันบ้าง

จันไป 7 วัน ใช้กระเป๋าล้อลาก 4 ล้อ ขนาด 24 นิ้วค่ะ ตัวเลขแลดูเยอะ แต่จันว่าใบก็ไม่ใหญ่เท่าไหร่นะคะ
wpid-1366593415426.jpg

เสื้อผ้าส่วนใหญ่ที่จันเลือก จะเป็นเสื้อ กระโปรง กับกางเกงเลคกิ้งค่ะ จันว่าเสื้อแบบนี้เบาดี ไม่ค่อยหนัก พับเก็บก็ง่าย พับได้เป็นชิ้นเล็กๆ ไม่ค่อยยับ แถมเอามาใส่ซ้ำแล้ว Mix and Match ใหม่ก็ง่าย ของจันอาจจะพิเศษนิดหน่อย ตรงที่จันชอบกระโปรงบานๆ ถ้าสมมติเอาของยัดลงกระเป๋าไม่ลง วันกลับจันกะว่าจะใส่กระโปรงหลายๆ ตัวซ้อนกันกลับค่ะ ฮ่าๆ อันนี้จันเตรียมไว้แบบนั้นจริงๆ นะคะ ถ้าใครดูเสื้อผ้าแล้วเพลินๆ ก็ลองจัดเป็นชุดๆ ไปเลยค่ะ แล้วจดไว้ว่าเราจะใส่แบบไหนบ้าง

2013-04-15 21.37.502013-04-15 21.38.492013-04-12 08.10.51

เสื้อหนาว จันเอาไปสองตัว แบบหนากับแบบบางค่ะ เราไปฤดูใบไม้ผลิ อากาศกำลังสบาย อาจมีหนาวบ้าง แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไร เอาไปอย่างละตัวก็คงพอ

Tips: เสื้อผ้ากับฤดูของคนญี่ปุ่นเป็นสิ่งคู่กันค่ะ เมื่อเข้าฤดูใหม่ แบบ โทนสี ก็จะเปลี่ยนไปตามฤดูเสมอ ถ้าอยากทันสมัยแบบคนญี่ปุ่น ลองเช็คนิตยสารญี่ปุ่นแปลไทยทั้งหลายระหว่างที่เลือกเสื้อผ้าก็ดีค่ะ แต่ถ้าเอาแบบคร่าวๆ ว่าจะต้องแต่งตัวประมาณไหน จันรวบรวมมาฝากค่ะ

สิ่งที่สำคัญที่สุดในเรื่องการแต่งตัวตามฤดูกาลคือ สี ค่ะ ฤดูกาลของญี่ปุ่นคือ

Spring (Mar-May) > Summer (Jun-Aug) > Autumn (Sep-Nov) Winter (Dec-Feb)

สีสดใสโทนอ่อน พวกพาสเทล เชอร์เบ็ท > สีฉูดฉาดเหลือง ชมพู ฟ้า > สีทึมๆ น้ำตาล น้ำเงินสีเข้มจนถึงสีดำ

2013-04-27 12.54.472013-04-27 12.52.31

Credit : รูปในนิตยสาร Vivi ฉบับภาษาไทยค่ะ

Spring Style : จำง่ายๆ ว่าเป็นสีของ Summer+สีขาว หรือก็คือพวกสีครีม ชมพูอ่อน ม่วงอ่อน เหลืองอ่อน ฟ้าอ่อน น้ำตาลอ่อน และลาย flower print สวยหวานแบบผู้หญิง เน้นการแต่งตัวเสื้อผ้าสไตล์คล้ายๆ วินเทจ ชุดเดรสยาว ชุดนิตติ้งลายหลวมๆ สีอ่อน เสื้อประดับลูกไม้หวานๆ หรือกระโปรงสั้นกับเสื้อคลุมบางๆ ได้รับความนิยมค่ะ

2013-04-27 12.53.38

Credit : รูปในนิตยสาร Vivi ฉบับภาษาไทยค่ะ

Summer Style : เสื้อผ้าโปร่งสบาย สีสันฉูดฉาด หรือพวกสไตล์ Marine + Military (ลายขวางสีน้ำเงินกรมท่าสลับขาว) ​ก็จะเริ่มเยอะช่วงปลาย Spring ต้น Summer แต่ที่ญี่ปุ่นฤดูร้อนก็ร้อนจริงๆ ค่ะ เย็นกว่าบ้านเรานิดเดียว ถ้าไปฤดูร้อนก็เอาเสื้อผ้าที่ใส่ปกติไปได้เลยค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะหนาว

2013-04-27 12.53.12

Credit : รูปในนิตยสาร Vivi ฉบับภาษาไทยค่ะ

Autumn Style : ฤดูใบไม้ร่วงอยู่ตรงกลางระหว่างฤดูร้อน (สดใส) กับ ฤดูหนาว (ขรึมเศร้า) สีก็คือเป็นสีของ Summer ผสมกับสีดำค่ะ เสื้อผ้าจะเป็นโทนที่เข้มขึ้นแต่ยังไม่ถึงดำ แดงเลือดหมู เขียวทหาร น้ำตาลเข้ม อะไรประมาณนี้ ลุคเท่ๆ จะเข้ากันกับสีได้ดีค่ะ

2013-04-27 12.55.142013-04-27 12.54.10

Credit : รูปในนิตยสาร Vivi ฉบับภาษาไทยค่ะ

Winter Style : เน้นสีเทาและดำเป็นหลัก เครื่องหนาวขนเฟอร์ เสื้อถักไหมพรม หรือสไตล์อังกฤษจะได้รับความนิยมเป็นพิเศษค่ะ แต่ที่สำคัญคืออย่าลืมว่าต้องกันหนาวค่ะ เพราะที่นู้นก็หนาวจริงๆ เตรียมเครื่องหนาวไปให้พร้อม แล้วก็ถ้าไปเมืองเหนืออย่างฮอกไกโด ก็พกพวกถุงร้อน ที่ครอบหู ไปด้วยก็ดีค่ะ คุณพ่อคุณแม่ไปมาบอกว่าหนาวสุดๆ และหิมะก็ลื่นมากด้วยค่ะ

รองเท้าก็เน้นใส่สบาย จันเตรียมไปสองคู่เป็นผ้าใบคู่นึง กับ บูทหนังสีดำอีกคู่นึง สองคู่นี้จันใส่ในเมืองไทยบ่อยๆ อยู่แล้ว วันที่ไป-กลับสนามบิน จันแนะนำให้หารองเท้าที่ใส่-ถอดได้ง่ายนะคะ เพราะตอนสแกนกระเป๋าและร่างกายอาจต้องถอดรองเท้าค่ะ ถ้าใครไปช่วงน่าหนาวและหิมะตก ให้หารองเท้าดีๆ นะคะ ทำกันลื่นให้เรียบร้อย เพราะหิมะเวลาละลายจะทำให้ถนนลื่นมาก

ต่อมาคือเรื่องกระเป๋า นอกจากกระเป๋าเดินทางแล้ว จันเอากระเป๋าไปเพิ่มเติมอีก 3 ใบค่ะ

2013-04-27 11.43.492013-04-27 12.35.23

ใบแรกเป็นกระเป๋าพับได้ค่ะ กางออกมาแล้วเป็นใบใหญ่ จันกะไว้ว่า ถ้าสมมติเราซื้อของมาเยอะและหนักพอ จะเอาพวกของที่ซื้อลงกระเป๋าเดินทางให้หมด แล้วใส่เสื้อผ้าในกระเป๋าใบนี้แทน หรือถ้ารวมกันแล้วพอดีก็จะโหลดเข้าเครื่องสองใบค่ะ

2013-04-27 11.44.36

ใบที่สองคือกระเป๋าเป้ค่ะ ใบนี้จันไว้พกติดตัวเวลาไปไหนมาไหน กระเป๋าใบนี้เป็นกระเป๋าหนา แข็งแรง ใส่ของหนักได้ (จริงๆ มันเป็นกระเป๋าโน้ตบุคล่ะนะคะ) ถ้าเกิดว่าตอนขากลับจันใช้กระเป๋าพับขึ้นเครื่อง ก็คงเก็บกระเป๋าใบนี้เข้ากระเป๋าเดินทางแล้วโหลดไปเลยค่ะ

2013-04-27 11.46.57

กระเป๋าใบเล็ก อันนี้เป็นกระเป๋าสะพายข้างแบบผู้หญิงค่ะ แบนๆ ขนาดไม่ใหญ่ ตอนขาไปจันใส่พวกกิ๊ปติดผมกับเครื่องสำอางไปด้วย แต่พอถึงที่ญี่ปุ่น จันจะเอามาใช้ในวันที่ไม่ใช่วันชอปปิ้งค่ะ หรือวันที่ไปเที่ยวนอกเมือง ชมธรรมชาติ สะดวกดี ไม่ต้องหิ้วกระเป๋าใหญ่เทอะทะไปค่ะ

2013-04-27 12.34.522013-04-27 11.45.14

อุปกรณ์พิเศษอื่นๆ ที่จำเป็นก็มีเครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋า กับ เครื่องปล่อย Wifi จาก Lan กล้อง แบต เมมโมรี่การ์ด นอกนั้นก็จะเป็นของใช้ส่วนตัวทั่วไปตามประสาผู้หญิง อย่างเครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิว ผ้าเช็ดตัว สบู่ แชมพู ฯลฯ (ไม่แน่ใจว่าที่โฮสเทลมีให้หรือเปล่าเลยติดไปด้วยค่ะ)

2013-04-27 15.12.19

สุดท้ายจริงๆ คือเอกสารการจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก พาสปอร์ต และคู่มือท่องเที่ยวหรือคู่มือภาษาติดไปสักเล่ม และรูปถ่ายติดบัตร เผื่อในกรณีจำเป็นจริงๆ (เช่น พาสปอร์ตหาย) จะได้ทำใหม่ได้ค่ะ เอกสารนี้เตรียมไปให้พร้อมนะคะ สำคัญมากๆ และอย่าลืมทำสำเนาพาสปอร์ต (หน้าแรก) กับหน้าวีซ่าญี่ปุ่นไว้ด้วยนะคะ ใครสแกนหรือถ่ายรูปเก็บไว้ในมือถือด้วยก็ดีค่ะ เพื่อยืนยันตัวตนของเราแทนการสำเนาเอกสารอีกทางนึง

เอาล่ะค่ะ จบเรื่องการเตรียมตัวทั้งหมดแล้ว ตอนนี้ก็เคลียร์งานทุกอย่างในมือ รอเวลาจะเดินทางสู่ญี่ปุ่นกันแล้วค่ะ

*********************

ทั้งหมดเป็นการเขียนและวาดโดยจันเองใครจะก๊อปไปไว้ไหน
เครดิต www.nuchun.com ด้วยนะคะ
ขอบคุณค่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *