[Special Review] Copic vs Touch มาร์คเกอร์ยี่ห้อไหนน่าใช้กว่ากัน

จันเขียนถึงมาร์คเกอร์ Copic และ Touch มาก็หลายรอบแล้ว (ย้อนอ่านได้ค่ะ คลิกๆๆ) แต่ยังไม่เคยได้มีโอกาสนำมาเปรียบเทียบและรีวิวอย่างจริงจังเสียที

บังเอิญว่าทางร้านละมุน เพิ่งจะนำมาร์คเกอร์ยี่ห้อ Touch จากเกาหลีเข้ามาขายอย่างเป็นทางการ พ่อค้าแม่ค้าร้านนี้จึงเสนอจะส่งให้จันทดลองใช้ และรีวิวเพื่อตอบคำถามต่างๆ ของลูกค้า ดังนั้นนี่ก็เป็นที่มาของการอัพเดทในครั้งนี้ค่ะ

ใครที่ยังไม่รู้เลยว่าปากกามาร์คเกอร์คืออะไร และ นำไปใช้เพื่ออะไรบทความที่จันเคยเขียนบอกอย่างละเอียดแล้ว คลิกๆๆ คลิกตรงนี้เลยค่ะ

ส่วนถ้าใครขี้เกียจอ่าน จันขอสรุปสั้นๆ ว่าปากกามาร์คเกอร์คือปากกาสีที่คล้ายสีเมจิค เอาไว้ลงสีบนกระดาษ ปากกามีหัวหลายแบบและมีสีมากมายให้เลือกใช้ ปากกาชนิดนี้นิยมใช้ในงานออกแบบ งานเขียนการ์ตูน และงานศิลปะต่างๆ ข้อดีคือใช้ง่าย แห้งไว สามารถใช้ได้หลายรูปแบบแล้วแต่พลิกแพลง สีไม่จางหายแต่ไม่ถูกกับแสงแดด ส่วนข้อเสียคือราคาต่อแท่งค่อนข้างแพงและมีกลิ่นเหม็นอยู่บ้าง

พอจะรู้จักมาร์คเกอร์กันคร่าวๆ แล้ว ทีนี้มาถึงส่วนของรีวิวกันบ้างนะคะ

รีวิวนี้จันเขียนขึ้นโดยใช้ประสบการณ์ส่วนตัว เพราะจันใช้สีทั้งสองยี่ห้อมาประมาณ 4-5 ปีแล้ว (จันซื้อ Touch 36 สี มาจากเกาหลีแล้วก่อนหน้าที่จะได้รับจากร้านละมุนค่ะ) และขอบอกว่าจันไม่ได้ถูกทางร้านบังคับขู่เข็ญให้ช่วยโฆษณาสินค้าแต่อย่างใดนะคะ

อย่างแรกจันขอเริ่มต้นด้วยเรื่อง “สีสัน” กันก่อนเลย

ปัจจุบันนี้ Copic มีสีให้เลือกทั้งหมด 358 สี ขณะที่ Touch มีสีทั้งหมด 204 สี ดูจากจำนวนตัวเลขแล้ว Copic อาจจะเป็นต่ออยู่มาก แต่ในเมื่อเราไม่ได้ทำงานโดยใช้สีทั้งหมด 358 สี ดังนั้นประเด็นนี้จึงไม่ใช่จุดสำคัญที่เราควรนำมาพิจารณานัก

1272525_525084194234653_615816563_o

*สแกนจากสีจริง อาจแตกต่างบ้างตามสีหน้าจอคอมพิวเตอร์จ้า
Credit : ตัวแทนจำหน่าย ร้านละมุน

ข้อแตกต่างของสีทั้งสองยี่ห้อนี้อยู่ที่ “โทนสี” มากกว่า Copic นั้นขึ้นชื่อเรื่องสีหวาน สดใส แต่เข้มๆ หรือสีแรงๆ นั้นต้องยอมรับว่า Touch นั้นทำได้โดดเด่นน่าประทับใจกว่า (อย่างเซ็ท 36 สีที่จันใช้ก็จะเน้นสีเข้มๆ เป็นหลักค่ะ ของเขาเข้มดีนะ แต่จันวาดแนวสดใสเลยคิดไม่ออกว่าจะเอามาใช้ยังไง)

จันลองลงสีโดยพยายามจัดเซ็ทของโคปิคด้วยสีที่ใกล้เคียงกับเซ็ทพาสเทลต้นฉบับที่สุด และลองลงสีในภาพเพื่อเปรียบเทียบกัน

(คลิกเพื่อดูภาพใหญ่)

จะเห็นได้ว่าสีของ Touch นั้นจะออกมาค่อนข้างเข้ม โดยเฉพาะสีชมพูอมส้มที่เป็นพื้น และสีเหลืองที่เป็นสีผนัง ขณะที่สีของโคปิคนั้นออกมาอ่อนกว่า ใสกว่า ไม่ทึมเท่า Touch แต่สีโทนฟ้าและเขียวนั้นเหมือนกันมาก แทบจะไม่เห็นความแตกต่างเลย

(คลิกเพื่อดูภาพใหญ่)

ลอง ดูอีกสักตัวอย่างหนึ่ง (แนวนี้จันวาดไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ ต้องขอโทษด้วยนะคะ > <) จะเห็นว่าสีของ Touch ดูเข้มกว่ามากทีเดียว

หรืออย่างการจัดเซ็ท แม้จะเขียนไว้ว่าชุด Pastel 12 สีเหมือนกัน แต่จุดที่เน้นของทั้งสองยี่ห้อนั้นก็แตกต่างเช่นกัน มาลองดูลิสต์ของทั้งสองเซ็ทนะคะ

(Credit : markerpop.com, copicmarker.com)

สีของ Copic Pastel Set จากรูปชาร์ตสี จะเห็นว่าสีของโคปิคเหมือนจะจัดเซ็ทโดยเน้นไปทางโทนสีเย็นมากกว่า

ขณะที่ Touch จะมีสัดส่วนสีชมพู-ม่วงมากกว่า และมีสีฟ้ากับเขียวเพียงอย่างละแท่งเท่านั้น

จันไม่เคยซื้อ Copic Pastel Set มาก่อน แต่หลังจากลองเทียบเบอร์สีแล้วจัดเซ็ท Pastel จากสีที่จันมีอยู่เดิม (รู้สึกว่าก็เกือบครบอยู่) ก็พบว่าเซ็ทสีของ Copic กับ Touch มีปัญหาเดียวกันคือ ทั้งสองยี่ห้อจัดเซ็ทสีหนักไปทางโทนใดโทนหนึ่ง ซึ่งเป็นผลดีสำหรับคนที่ลงสีแบบเล่นแสงเงามากๆ หรือไม่ได้ต้องการใช้สีมากมาย แต่ถ้าเน้นความหลากหลายจะเกิดอาการเลือกสีไม่ถูกเหมือนกัน ประมาณว่าอยากใช้สีตัดกัน แต่เลือกแล้วสีชนกัน และจมไปหมด แต่ Copic เหนือกว่า Touch ตรงที่เลือกสีโทนเดียวกันแต่ไม่ใกล้เคียงกันเกินไปนัก ถ้าดูที่แถบสีบนปากกาของ Touch จะแยกออกยากมาก เพราะสีเหมือนจะเป็นสีเดียวกันทั้ง 4 สี (อย่างสีชมพู-ม่วงตรงแถวล่างสุดในชาร์ตน่ะค่ะ)

แต่ถึงโคปิคจะมีดีกรีเรื่องสีนำอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อเสีย (ข้อใหญ่) ของโคปิคก็คือความสม่ำเสมอของสีค่ะ

จันลองใช้สีฟ้าที่คล้ายกันของทั้งสองยี่ห้อมาระบายเทียบกัน

(คลิกเพื่อดูภาพใหญ่)

สำหรับคนที่ใช้ Copic ไม่ว่ามือใหม่หรือมือเก่า (แต่ไม่เก่ง) อย่างตัวจันเอง ก็ยังรู้สึกว่าการระบายสีให้เนียนสนิทดูจะเป็นเรื่องยาก ไม่รู้ว่าเพราะอะไรโคปิคถึงมักจะทิ้งรอยด่างเอาไว้อย่างชัดเจนทุกครั้งที่เราใช้ ถ้าไม่ปล่อยไป ก็ต้องลงซ้ำซึ่งก็ทำให้สีเข้มขึ้นไปอีก ต่างจาก Touch ที่สามารถเกลี่ยได้สวย เรียบเนียนกว่ากันมาก สันนิษฐานว่าอาจเป็นเพราะ Copic แห้งเร็วกว่า Touch ละมั้งคะ ทำให้การกระจายของสีไม่สม่ำเสมอเท่าที่ควร (ลองดูตรงพื้นสีชมพูของรูปวาดข้างบนเทียบก็จะเห็นปัญหาอย่างเดียวกันค่ะ)

ส่วนกลิ่นของทั้งสองยี่ห้อ Copic จะมีกลิ่นฉุนแอลกอฮอล์มากกว่า Touch แต่ Touch ก็กลิ่นแปลกกว่า Copic แต่กลิ่นไม่ถือว่าแรงค่ะ ถึงอย่างนั้นด้วยเหตุนี้ อาจทำให้เราสูดดมมากโดยไม่รู้ตัว และอาจทำใ้ห้เวียนหัวได้ ดังนั้นถ้าสามารถทำได้ควรใช้ในที่ที่อากาศถ่ายเทค่ะ

คุณสมบัติต่อไปที่ควรจะพิจารณาก็คือ “แท่งปากกา”

จริงๆ จันไม่ได้สนใจว่าปากกายี่ห้อไหนจับถนัดมือกว่ากัน เพราะสำหรับจันขนาดของทั้งสองยี่ห้อ (และทั้งสองรุ่น) ก็พอๆ กันหมด แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือแถบบอกสีตรงปากกานั้นตรงกับสีจริงแค่ไหน

หลังจากที่ลองแล้ว พบว่าสีของทั้งสองยี่ห้อนั้นตรงกับสีจริงทั้งคู่ แต่เมื่อลงสีกับกระดาษ A4 80 แกรมเท่านั้น ถ้าลงสีบนกระดาษการ์ด 180 แกรมสีที่ลงจะเข้มขึ้นกว่าสีที่ลงบน A4 80 แกรม ดังนั้นไม่ว่าจะใช้สียี่ห้อไหน สิ่งที่ควรทำคือควรจดสีและ code ไว้เป็นลิสต์ลงบนกระดาษที่เราใช้จริง เพื่อให้เห็นว่าสีที่ออกมาเป็นอย่างไรค่ะ (แต่พอใช้ไปนานๆ จะจำได้ไปเองแหละ จริงๆ นะ)

อีกส่วนที่ควรสนใจมากๆ ก็คือหัวปากกาค่ะ

มาร์คเกอร์ทั้งสองยี่ห้อมีรุ่นหัวพู่กัน และหัวตัดใหญ่ (จริงๆ แล้ว Copic จะมีรุ่นเส้นเล็ก Ciao และหัวตัดใหญ่มากๆ Wide ด้วย แต่เนื่องจาก Touch ไม่มีเลยขอไม่พูดถึงละกันนะคะ)

เมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน จะเห็นว่าลักษณะของหัวคล้ายกันมาก หน้าตัดน่าจะเท่ากันเลยทีเดียว แต่ว่าความแข็ง-ความนุ่มจะต่างกันเล็กน้อยค่ะ ความรู้สึกของจันคือตระกูลหัวตัด Touch จะแข็งกว่า Copic เล็กน้อย ทำให้เส้นหัวแหลมที่ได้ออกมาค่อนข้างเล็ก และคมกว่าแต่หัวตัดจะออกมาเส้นใหญ่กว่า แต่ถ้าหมึกกระเซ็นก็จะเห็นได้ชัดกว่าเช่นเดียวกัน ขณะที่ Copic จะได้เส้นใหญ่และดูฟุ้งๆ ไม่เน้นคม จึงเหมาะจะระบายบนพื้นที่ใหญ่ๆ มากกว่า

ส่วนหัวพู่กันของ Touch จะนุ่มกว่าค่ะ ลองสังเกตรูปดูนะคะ

หัวพู่กัน Touch ที่นุ่มกว่าจะรองรับน้ำหนักมือของเราได้มากกว่า เมื่อเราต้องการเส้นแบบไหนก็ควบคุมได้จากมือของเรา แต่ถ้าใครเป็นคนมือหนัก หัวแบบโคปิคอาจจะเหมาะกว่าสำหรับคุณ เพราะถึงกดหนักเส้นก็จะไม่ออกมาใหญ่โตเกินไปค่ะ

ถามว่าหัวของยี่ห้อไหนทนกว่ากัน จันไม่สามารถตอบได้เหมือนกันค่ะ เพราะว่าจันใช้ Copic มากกว่า Touch ดังนั้นความสึกหรอของ Copic ย่อมมากกว่า แต่ Copic ใช้ไปนานๆ แล้วหัวมันเปื่อยเหมือนกันค่ะ บางทีระบายแล้วหมึกกระจายออกมานอกกรอบ ทั้งๆ ที่เว้นไม่ได้ระบายชิดเส้นแล้วนะ แต่อาจเป็นผลจากการเติมหมึกด้วยค่ะ

ตารางเทียบเส้นของทั้งสองยี่ห้อ หัว 4 แบบค่ะ ถ้าอยากรู้ว่าเส้นแตกหรือไม่ยังไง ให้กดที่รูปขยายดูเอานะคะ

มาร์คเกอร์ทั้งสองยี่ห้อสามารถใช้ร่วมกันได้นะคะ ไม่ว่าจะผสมสี ระบายทับ หรือใช้ Blender ก็ได้หมดเลย (แต่วิธีใช้ Colouress Blender ของสองยี่ห้อนี้ต่างกันนะคะ แต่สามารถใช้ร่วมกับสีข้ามยี่ห้อได้) เพราะหมึกคล้ายกันมาก เป็นสีประเภทเดียวกัน ดังนั้นถ้าหากจะใช้สีของทั้งสองค่ายในงานเดียวก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เพราะผลงานของจันเกือบทุกชิ้นเป็นอย่างนั้น

อ้อ แล้วก็ทั้งสองยี่ห้อจะมีอะไหล่ ทั้งหัวปากกาและหมึกเติม จำหน่ายนะคะ

โดยสรุปคือ Copic กับ Touch นั้นคุณสมบัติใกล้เคียงกันมาก จนสามารถใช้แทนหรือใช้ร่วมกันได้ค่ะ ใครที่สนใจอยากจะลองใช้ดู ให้เริ่มต้นจากหาโทนสีที่ชอบก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเลือกว่าจะใช้ของยี่ห้ออะไร ถ้าจะซื้อเป็นเซ็ทก็ควรจะดูงานที่เราจะทำด้วยว่าต้องการสีแบบไหน โทนอะไร แล้วเหมาะกับยี่ห้อไหนมากกว่ากัน

Watch the catalogue :

Copic (eng) : http://www.copicmarker.com/resources

Touch (eng) : http://www.shinhanart.co.kr/eng/resource/ecatalogue.php

Update 11.11.2013
เพิ่มเติม Shoplist แหล่งซื้อ มาร์คเกอร์ Touch!
(*หมายเหตุ เรื่องราคาต้องสอบถามทางร้านเองนะคะ จันไม่รู้เหมือนกันว่าที่ไหนขายราคาเท่าไหร่บ้างค่ะ)

ซื้อทางอินเตอร์เน็ทจากตัวแทนจำหน่ายหรือสอบถามสินค้าที่เพจ Facebook ร้านละมุน 

Retail Bangkok : GOOD JOB SIAM DISCOVERY, THE SELECTED SIAM CENTER, SIAM MARKETTING CENTRAL WORLD, NUKOY SHOP The Circle Ratchapruek, LAMUNE SIAM SQUARE, THONBURI SUKSA Thonburi, THONBURI SUKSA Sukhapiban III, MiniMor Fashiona Island, MiniMor Futurepark Rungsit

Retail Chiangmai : NO IDEA SHOP Suthep Rd., BOOKSMITH Nimman Rd., BOOKSMITH JingJai Market,

LOFT:  LOFT SIAM DISCOVERY, LOFT PARADISE PARK

BETREND: BeTrend SIAM PARAGON, BeTrend EMPORIUM, BeTrend THE MALL BANGKAE, BeTrend THE MALL THAPRA,

CENTRAL: B2S CENTRAL LADPROW, B2S CENTRAL PINKLAO, B2S CENTRAL BANGNA, B2S CENTRAL CHIDLOM, B2S CENTRAL UDORNTHANI, B2S CENTRAL KHONKEAN, B2S CENTRAL AIRPORT CHIANGMAI, B2S CENTRAL FESTIVAL PHUKET, B2S FUTUREPARK RUNGSIT (CENTRAL SIDE), B2S CENTRAL FESTIVAL CHIANGMAI

ปล. มีตามร้านขายเครื่องเขียนในมหาวิทยาลัยด้วยนะคะ เดี๋ยวถ้าได้ชื่อทั้งหมดมา จะอัพเดทอีกทีค่ะ

ถ้ามีคำถามเกี่ยวกับมาร์คเกอร์ทั้งสองยี่ห้อก็ถามได้เลยนะคะ

*********************
ทั้งหมดเป็นการเขียนและวาดโดยจันเองใครจะก๊อปไปไว้ไหน
เครดิต www.nuchun.com ด้วยนะคะ
ขอบคุณค่า

21 Replies to “[Special Review] Copic vs Touch มาร์คเกอร์ยี่ห้อไหนน่าใช้กว่ากัน”

  1. ปกติคอปิกราคาเท่าไหร่อ่อค้ะ อยากได้แต่อยากได้ถูกๆหน่อย
    แล้วtouch มีรีฟิวมั้ยค้ะ แพงมั้ย
    แล้วtouch แห้งเร็วมั้ย
    เราเคยใช้คอปิกแล้วมันไม่เนียนอ่า
    touchมันเนียนมั้ยอ่าอ่านแล้วงงๆ

  2. จริงๆ ถ้าอ่านในรีวิวอย่างละเอียด จันตอบไปหมดแล้วนะคะ 😀

    – ปกติโคปิคราคา 110 – 160 บาท แล้วแต่แหหล่งที่ซื้อค่ะ
    – ทัช มีรีฟิว และอะไหล่หัวปากกา
    – ทัชแห้งช้ากว่าโคปิค ทำให้้เกลี่ยได้เรียบเนียนกว่าค่ะ

  3. ปากกา ของ touch ซื้อแท่งละเท่าไหร่คะ

  4. ว้าวววววว ขอบคุณน้าาา
    เรากำลังอยากได้อุปกรณ์วาดรูปเรย
    ได้ทางสว่างละ TwT

  5. วาดแล้วมาอวดกันด้วยนะคะ ! ขอให้สนุกค่าา

  6. ขอบคุณมากๆค่า ลายเส้นน่ารักมากๆเลยค่ะ

  7. อยากได้มานานแล้วววววว
    ขอบคุณค่ะสำหรับคำแนะนำดีๆ ^ ^

  8. วิธีใช้color blenderของทัชต่างกับโคปิกยังไงคะ แล้วทัชราคาแท่งละประมาณเท่าไหร่

  9. โคปิก แบบพาสเทล 12 แท่ง เท่าไหร่คะ??

  10. เช็คมาให้ 1160 บาทจ้า
    สั่งที่ lamuneshop นะคะ จันไม่ได้ขายของจ้า

  11. @maymae อืมม พี่ไม่เคยใช้ blender นี่สิจ้ะ T^T ไม่รู้จะตอบยังไงดี

  12. จริงๆแล้วชนิดหรือประเภทของใาร์คเกอร์อย่างเป็นทางการเลยเรียกว่าอะไรหรอคะ เรียกชื่อแบรนด์มันมาตลอดเลยหาเสิร์ชดูก็ไม่มีรายละเอียดแค่บอกว่าเป็นมาร์คเกอร์ผลิตจากประเทศไร คุณสมบัติ จำนวนสี รุ่น แค่นี้อะจ้าเศร้า

  13. เท่าที่เห็นมา จะเรียกว่า มาร์คเกอร์ ตรงๆ เลยค่ะ Copic Marker Touch Marker เพราะจากคำจำกัดความของมาร์คเกอร์ มันตรงเป๊ะๆ เลยค่ะ (มีไส้หมึก หัวทำจากเส้นใยมีรูพรุน มีฝาปิด หมึกมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์)

    “A marker pen, marking pen, felt-tip pen, flow, marker or texta (in Australia), is a pen which has its own ink-source, and usually a tip made of porous, pressed fibers such as felt.[1] A typical permanent marker consists of a container (glass, aluminum or plastic) and a core of an absorbent material. This filling serves as a carrier for the ink. The upper part of the marker contains the nib that was made in earlier time of a hard felt material, and a cap to prevent the marker from drying out. Until the early 1990s the most common solvents that were used for the ink were toluene and xylene. These two substances are both harmful and characterized by a very strong smell. Today, the ink is usually made on the basis of alcohols (e.g. 1-propanol, 1-butanol, diacetone alcohol and cresols).”

    ดังนั้นศัพท์บัญญัติจริงๆ นี่บอกตามตรงว่าไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ จันเข้าใจว่าคงไม่มีเป็นพิเศษนะคะ จุดที่ต่างของมาร์คเกอร์ประเภทนี้คือสีเยอะ ใช้ในงานศิลปะและวาดการ์ตูน คีย์เวิร์ดเท่าที่จันหาได้ ฝรั่งจะใช้หลายคำเรียก เช่น Twin Marker (มาร์คเกอร์สองหัว Touch เรียกมาร์คเกอร์ตัวเองอย่างนี้ค่ะ), Art Marker, Comic Marker และ Colour Marker ประมาณนี้อ่ะค่ะ (แต่ไม่ใช่ Paint Marker นะคะ อันนั้นจะเป็นปากกาอีกแบบนึง) ยี่ห้อจริงๆ ก็มีมากกว่าที่จันรีวิวไป Copic, Touch, Pantone, Prismacolour, Neopiko, Seikai, Superior ฯลฯ

  14. สี copic n1 นี่เท่ากับ touch เท่าใหร่อ่ะครับ

  15. N1 นี่คืออะไรคะ งงนิดนึงเพราะรหัสสีก็ไม่เคยเห็นขึ้นด้วย N นะ

    ถ้าถามเรื่องรหัสสีลองดู
    http://www.nuchun.com/drawing-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-4-%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab.html/playground

    แต่ถ้าหมายถึงอย่างอื่น รบกวนอธิบายให้จันเข้าใจอีกทีนะคะ ^^ งงกับคำถามอ่า

  16. อยากถามว่าใช้กระดาษอะไรในการวาดรูปและลงสีคะ? ทำยังไงให้มันไม่ซึมหรอคะ? ขอบคุณค่ะ ^^

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *