[Portfolio] ตอนที่ 1 : ภาพรวมของสิ่งที่เรียกว่า “Portfolio”

ก่อนจะเริ่มทำ portfolio กัน สิ่งแรกจันอยากให้ทุกคนเข้าใจว่า portfolio คืออะไรก่อนค่ะ

labelbox_20130925_210116

Portfolio นั้น เท่าที่เห็นคำจำกัดความที่ใช้กันบ่อยๆ ก็มีคำว่า “แฟ้มสะสมผลงาน” นี่ล่ะค่ะ แต่ได้ยินปุ๊ป ก็คงมีหลายคนที่สงสัยเหมือนจันว่า แล้วต้องเป็นแฟ้มแบบไหน กระดาษแบบไหน ขนาดเท่าไหร่ หนากี่หน้า แล้วผลงานที่จะใส่ลงไปจะเป็นผลงานแบบไหน ต้องเป็นผลงานได้รางวัลเหรอ ผลงานในห้องเรียนเหรอ การบ้านเหรอ แล้วที่เราวาดรูปเล่นทุกวันๆ นี่รวมในนี้ได้หรือเปล่า แล้วถ้าไม่มีอะไรแบบนั้นเลย แล้วฉันจะเอาอะไรไปใส่ล่ะนี่ !!!

แต่ทั้งหมดที่เราเข้าใจเกี่ยวกับ portfolio นั้นเป็นสิ่งที่ผิวเผินมากค่ะ มันเป็นแค่ส่วนเดียวเท่านั้น

จันขอให้ทุกคนคิดเสียใหม่ว่า portfolio คือ สื่อที่บอกตัวตน ความสามารถ ความชอบ ความถนัด พรสวรรค์ งานอดิเรก ความภูมิใจ มุมมองและวิธีการคิดหรือการทำงาน และเป้าหมายของเราอย่างสั้นๆ ค่ะ สิ่งนี้จะเป็นตัวแทนของเรา ช่วยเรียกความสนใจคนพิจารณาและตอบคำถามคนคนนั้นว่าเราเป็นคนที่เขากำลังตามหาอยู่หรือไม่

สื่อนั้นจะเป็นอะไรก็ได้ อาจเป็นคลิปวิดีโอสั้นๆ เว็บไซต์ social network (แต่ต้องแยกต่างหากจาก social ส่วนตัวและต้องเปิดเป็น public นะคะ) ซีดีบันทึกเสียง หรือเป็นแฟ้มเล่มแบบที่เราเคยเข้าใจก็ได้ แต่จะตัดสินใจเลือกก็ให้เหมาะสมกับงานที่เราจะนำเสนอด้วยนะคะ แบบไหนที่เหมาะกับงานของเรา รวมถึงความสะดวกในการยื่นให้คนพิจารณาด้วยค่ะ อย่างเช่น ถ้าสมัครงานผ่านอีเมล เป็นเว็บไซต์ก็เหมาะสม แต่ถ้าจะเข้าสัมภาษณ์ทำเป็นเล่มก็ใช้ง่ายดี หรือถ้างานเป็นพวกภาพยนตร์ ถ่ายแบบ แสดงละคร ก็ควรตัดต่อเป็นคลิปแนะนำตัวและผลงานสั้นๆ เป็นต้นค่ะ

labelbox_20130925_210145

ผลงานที่จะอยู่ในนั้น จะเป็นงานอะไรก็ได้ ไม่จำกัดว่าเป็นผลงานแบบไหน ทำในโอกาสอะไร ได้รางวัลหรือส่งประกวดหรือไม่ ขอแค่ผลสำเร็จของงานนั้นทำให้เรารู้สึกชอบมากๆ ออกมาแล้วภูมิใจที่สุด คิดว่าเจ๋งจนอยากอวดคนอื่น ไร้ที่ติและไม่มีข้อผิดพลาด และเป็นผลงานที่เราทำเอง แสดงความสามารถของเราออกมามากที่สุด นั่นคือจุดสำคัญของผลงานที่เราจะใส่ไว้ใน portfolio ค่ะ (ดังนั้นงานอดิเรกที่ทำที่บ้าน ผลงานจากการทำงานพิเศษ การบ้าน รายงาน โครงงานที่ทำที่โรงเรียน หรืออะไรก็ตามที่ทำในเวลาว่างก็ใส่ลงไปได้นะ)

ส่วนกิจกรรมต่างๆ ที่เอาใส่ portfolio ได้ ก็อย่างการเข้าร่วมประกวด (เน้นว่า “เข้าร่วม” หมายความว่าไม่ได้รางวัลก็ได้นะคะ) การเข้าอบรม การดูนิทรรศการ เข้าค่าย ไปแลกเปลี่ยน การร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม ไม่ว่าจะไปได้อย่างไร (ได้ทุน พ่อแม่ออกเงินเอง ได้รับคัดเลือก โรงเรียนส่งไป สมัครไปเอง และอื่นๆ) อะไรก็ตามที่เป็นประสบการณ์พิเศษและเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราพยายามนำเสนอก็ใส่ได้หมดเช่นกัน จะมีหลักฐานหรือไม่มีก็ได้ เพราะหากคนพิจารณา port สนใจ ก็จะเรียกเราไปซักถามต่อเอง กิจกรรมต่างๆ นั้นทำให้ผู้พิจารณารู้ว่าเราสนใจอะไรและกระตือรือร้นในการเรียนรู้มากน้อยแค่ไหนนั่นเองค่ะ คนบางคนอาจประกวดทุกเวที แม้ไม่เคยชนะ แต่ถ้าเราเอามาเขียนเรียงกันเยอะๆ มันก็น่าทึ่งใช่ไหมคะ ตรงนี้แหละค่ะคือวัตถุประสงค์สำคัญ

ถามว่าเราเอา Portfolio ไปใช้ทำอะไรได้บ้าง มีหลายอย่างมากเลยค่ะ
ที่เรารู้ๆ กันโดยทั่วไปก็มี สอบเข้ามหาวิทยาลัย สมัครงาน สมัครเรียนหรืออบรมที่จำกัดจำนวนผู้เรียน นอกจากนี้ยังมี ใช้ขอขึ้นเงินเดือน ใช้หางานสำหรับอาชีพ Freelance เสนอผลงานให้แกลลอรี่เพื่อจัดนิทรรศการ หรือเป็นเครื่องประเมินผลการเรียนการสอนของคุณครู ฯลฯ แต่สิ่งหนึ่งที่ได้ต่อตัวเองคือเราจะรู้ความสามารถและค้นพบตัวเองค่ะ บางคนอาจไม่เคยรู้ว่าตัวเองชอบทำอะไร เก่งเรื่องอะไร แต่พอได้เห็นสิ่งที่เคยทำ ก็จะรู้ทันทีว่า นี่คือสิ่งที่เราถนัด ทำได้ดี อะไรที่ทำเยอะๆ โดยไม่มีใครมาบังคับก็คือสิ่งที่เราชอบ

ทั้งหมดนี้คือภาพรวมของ portfolio ค่ะ ไม่ว่า portfolio แบบไหนก็เกิดจากพื้นฐานนี้เหมือนๆ กัน แต่สิ่งที่แตกต่างคือวิธีนำเสนอซึ่งแตกต่างกันไปตามลักษณะผลงาน และความคาดหวังของคนพิจารณาซึ่งเราต้องเดาใจเอาค่ะ ครั้งหน้าเราจะมาเริ่มต้นทำ Portfolio กันและมาเดาใจผู้พิจารณากันนะคะ

*********************

ทั้งหมดเป็นการเขียนและวาดโดยจันเองใครจะก๊อปไปไว้ไหน
เครดิต www.nuchun.com ด้วยนะคะ
ขอบคุณค่า

❤ share me ❤Facebook2Twitter0Google+0tumblrPinterest0Email