Experience เก็บมาเล่า : ตอนที่ 4 : หนึ่งวันกับงานพิสูจน์อักษร

ความจริงจันตั้งใจว่าจะอัพเดทเรื่องนี้หลังจากที่จันได้งานประจำทำแล้ว แต่บอกตามตรงว่ามันอาจจะฟังดูน่าอายไปสักหน่อย เพราะว่าจันจบมาหลายเดือนแล้วยังไม่ได้งานประจำทำเลยค่ะ ช่วงนี้เลยมีแต่งานขาจร แย่จังเลยเนอะ
> <

คุณๆ รู้จักบริษัท Post International Media CO. LTD กันไหมคะ ?

บริษัทนี้เป็นเจ้าของนิตยสาร CLEO , ELLE , ELLE Decoration, Martha Stewart Living, และนิตยสารดังๆ อีกหลายหัว
บริษัทนี้เป็นลูกเครือของหนังสือพิมพ์ชื่อดังอย่าง Bangkok Post และ Post Today
พูดเท่านี้ทุกคนคงมีภาพในหัวของบริษัทนี้กันบ้างแล้ว

ครั้งแรกที่จันส่งอีเมลล์แนบ Resume ไป จันไม่รู้จักชื่อของบริษัทนี้หรอกค่ะ แถมไม่รู้อีกต่างหากว่าเขาตีตลาดแผงนิตยสารแค่ไหน
จันส่งเมลล์ไปสมัคร Graphic Design เพราะเห็นว่าเขายังเปิดรับอยู่ จันทำกราฟฟิคได้ในระดับหนึ่ง ใช้ Indesign ได้ และอยากทำงานหนังสือ ฉันเลยเสี่ยงส่งอีเมลล์ไปแม้ว่าฉันจะไม่ได้จบสายตรงมาก็ตาม แล้วจู่ๆ วันที่ไปเจอเพื่อนสนิทวันหนึ่ง HR ชื่อคุณฟ้าก็โทรมา พูดคุยได้พักใหญ่ ขณะเพื่อนไปซื้อไอติม กว่าคุณ HR คนนี้จะโทรมา จันก็จำไม่ได้แล้วว่าเคยไปสมัครอะไรเอาไว้ พูดออกตัวเนืองๆ ว่าไม่ได้เรียนจบด้านนี้มา แต่ทำได้ พี่เขาก็ให้โอกาสถามว่าอยากทำอะไร จันก็บอกไปตรงๆ ว่าอยากทำหนังสือ เป็นกองบรรณาธิการ นักแปล หรือ พิสูจน์อักษรก็ได้ พี่เขาเลยเป็นธุระโอนใบสมัครของจันไปตำแหน่งพิสูจน์อักษรของ ELLE Decoration ให้

ครั้งต่อมาพี่คนเดิมโทรมาบอกให้ไปสัมภาษณ์

คุณบรรณาธิการหรือคุณรังสิมาที่เห็นอยู่หน้าบก. ทุกเดือนๆ ก็มาให้เห็นตัวเป็นๆ วันนี้เองค่ะ

คุณปุ๋ยมาสัมภาษณ์เองด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พี่เขาแต่งตัวดี เข้ากับสไตล์บ้านที่ลงใน ELLE Decor เลย การคุยก็เป็นไปอย่างสบายๆ พี่พูดขอบข่ายงานให้ฟัง ต้องตรวจเช็คต้นฉบับ เดือนละสามรอบ หนังสือ ELLE Decor ปิดต้นฉบับทุกวันที่ 3 ของเดือน สรุปแล้วงานพิสูจน์อักษรต้องอ่านนิตยสารเล่มเดิม เดือนละ 600 หน้า ทั้งที่เป็นเนื้อหาและหน้าโฆษณา และเร็วๆ นี้จะทำ Application ส่วนนี้ Proofreader ก็ต้องรับผิดชอบเพิ่มเติมจากเดิม พร้อมกับบอกว่าจะต้องอยู่ดึกช่วงใกล้ปิดต้นฉบับเดือนละ 2-3 วัน เนื้อหาคร่าวๆ ที่เกี่ยวกับงานก็ประมาณนี้ล่ะค่ะ

สุดท้ายคุณปุ๋ยนัดทดลองงาน 1 วันเพื่อที่จะได้เห็นการทำงาน เพราะมีหลายอย่างที่ไม่สามารถเห็นได้ในช่วงเวลาสัมภาษณ์ ทำงานเหมือนพนักงานเต็มวัน ทำงานตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น

ในวันที่ทดลองงาน จันดันลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่บ้าน เดือดร้อนคุณพ่อที่มาส่งต้องกลับไปเอาให้ ไอ้เราก็กลัวจะเข้างานสาย ขอคุณ Receptionist ที่ไม่ค่อยจะยิ้มสักเท่าไหร่ เข้าไป จันว่าเขาน่าจะจำหน้าจันได้ เลยให้เข้าไป 9 โมงครึ่งยังไม่มีใครมา นอกจากพี่อาร์ทเวิร์คผู้หญิงคนนึง สุดท้ายพี่เขาก็ติดต่อกับพี่ที่เป็นพิสูจน์อักษร จันเลยเริ่มต้นงานขณะที่มีคนมาแค่คนเดียวในกองนั้น และเริ่มจับผิดงานเขียนของคนอื่นอย่างสนุกสนาน

สิ่งแรกที่ทำคือการไปขอนิตยสารเดือนก่อนๆ มาเพื่อศึกษารูปแบบหลายๆ อย่าง เพราะนิตยสารรายเดือนจะมีแบบฟอร์มที่ค่อนข้างชัดเจนในตัวอยู่แล้ว ดังนั้นการพิสูจน์อักษรจึงไม่ใช่แค่การดูว่าเขียนถูกหรือผิด แต่ต้องดูฟอร์ม รวมถึงตรวจเช็คงานแปลกับต้นฉบับ ดูการถอดคำซึ่งถ้าคำนี้เคยถอดไว้ในเล่มก่อนๆ แล้วก็ต้องใช้ให้เหมือนกัน หรือหน้าที่ตำแหน่ง อย่าง สไตลิสต์ หรือคำพวกนี้ก็ต้องใช้ให้เหมือนกันทุกๆ ฉบับ หรืออย่างการตกบรรทัดก็ต้องดูให้สวยงาม

ตอนที่ไปเอานิตยสารก็เห็นนิตยสาร ELLE Decor ฉบับภาษาอื่นๆ และไปจ๊ะเอ๋กับบอร์ดๆ หนึ่ง บอร์ดนี้เป็นตารางสี่เหลี่ยมตีเป็นช่องๆ เหมือนกับปฏิทิน มีตัวเลขกำกับ ช่องละสองตัวเลข ไล่ไปตั้งแต่ 1 จนถึงเกือบๆ 200 ได้มั้ง ในแต่ละช่องมีนิตยสารขนาดจิ๋วพิมพ์ลงกระดาษธรรมดาๆ ปักหมุดแปะไว้ ความจริงนี่ก็คือบอร์ดรันหน้านั่นเอง เนื่องจากนิตยสารนั้นมีโฆษณาเข้าออกยันวินาทีสุดท้าย ดังนั้นบอร์ดนี้จะใช้เคลื่อนหน้าเพื่อรองรับการเข้าออกของโฆษณา และเมื่อปิดเล่มแล้ว ทางโรงพิมพ์จะเป็นคนทำส่วนของเลขหน้าให้กับทางนิตยสารเอง

พี่ๆ ที่ทำงานที่นี้ ในกองนี้ส่วนมากอยู่ในวัยคุณแม่ลูกยังเล็กค่ะ มีแต่พี่ที่เป็นพิสูจน์อักษรนี่แหละที่ดูจะอาวุโสกว่ากันหน่อย โดยส่วนมากดูเป็นคนสบายๆ ใจดี เป็นทีมงานที่ดีค่ะ เวลามีเรื่องอะไรก็จะคุยกัน อย่างจะเปลี่ยนชื่อหัวเรื่อง หรือทำอะไรอย่างนี้ นักเขียนจะปรึกษาคุณปุ๋ยและพี่พิสูจน์อักษรโดยตรงเลย พี่ที่สอนงานก็บอกว่า เนี่ยถ้าไม่รู้ หรือไม่แน่ใจให้ถามคนๆ นั้นโดยตรง เราก็อ่อ ค่ะ…

อ่อ จากการไปพิสูจน์อักษร ได้เห็นงานเขียนนิตยสาร เขาจะมี pattern ของเขาด้วยนะคะ ในการเขียนงานจะต้องมี 4 ส่วน

1. Title : ชื่อเรื่อง

2. Blurb : คำโปรย

3. Content : เนื้อหา

4. คำบรรยายภาพ จำไม่ได้เหมือนกันว่าเขาใช้คำว่าอะไร

เวลาพิสูจน์อักษรก็ต้องเขียนชื่อ วันที่ที่พรู๊ฟ และครั้งที่ ซึ่งทางนิตยสารจะมีใบให้กรอก นิตยสาร 1 คอลัมน์ จะมีแฟ้มสอดของตัวเองค่ะ ในนั้นจะมีต้นฉบับของนักเขียน ปริ้นท์ดิจิตอลที่ทำอาร์ทเวิร์คแล้ว และ CD น่าจะเอาไว้เก็บไฟล์งานอาร์ทเวิร์ค

จันทำงานตั้งแต่ 9.30 น. และออกจากบริษัทเวลา 6 โมงเย็นพอดี ช่วงใกล้เวลากลับ นักเขียนบางคนเพิ่งกลับมาจากการไปทำข่าวที่งานต่างๆ บ้างก็เริ่มต้มมาม่า เหมือนชีวิตเริ่มเคลื่อนไหว ทั้งที่คนมากมายกำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน

ถึงจันจะไม่ได้งานนี้ แต่การมาได้เห็นเบื้องหลังของคนทำงานและสัมผัสชีวิตแบบนี้ก็เป็นเรื่องที่สนุกและคุ้มค่าจริงๆ ค่ะ ความทรงจำและประสบการณ์มากมายจนทำให้จันอยากจะมาถ่ายทอดให้ทุกคนได้รู้ว่า..

เบื้องหลังของคนทำนิตยสารเขาทำกันแบบนี้ล่ะ !

ครั้งหน้าตอนสุดท้ายของซีรีส์นี้ จันจะมาต่อกันเรื่องใกล้ๆ ตัวกันบ้างค่ะ !

*********************
ทั้งหมดเป็นการเขียนและวาดโดยจันเองใครจะก๊อปไปไว้ไหน
เครดิต www.nuchun.com ด้วยนะคะ
ขอบคุณค่า

6 Replies to “Experience เก็บมาเล่า : ตอนที่ 4 : หนึ่งวันกับงานพิสูจน์อักษร”

  1. เพิ่งได้มารู้จักเวบของคุณจันได้ไม่นานก้อติดซะแล้วค่ะ
    ชอบงานอดิเรกที่คุณจันทำมากๆ ดูแล้วมีแรงบันดาลใจค่ะ ได้รู้ในเรื่องที่ไม่เคยรู้หลายอย่างเลยค่ะ
    ขอบคุณมากเลยค่ะ ที่แชร์เรื่องราวดีดีให้ได้อ่านค่ะ

  2. ขอบคุณมากๆ ที่เข้ามาเช่นกันค่ะ
    หวังว่าจะสนุกกับจันต่อไปนะคะ ฮ่าๆ

  3. งานพิสูจน์อักษรเนี้ยเขารับเป็นกะ หรือ พาสไทม์ ไหมค่ะ พอดีสนใจงานหนังสือเหมือนกันค่ะ เเล้วตอนนี้ก้เรียนเอกไทยอยู่ใกล้จะจบแล้ว อยากลองงานหลายๆอย่างค่ะ ไม่ทราบว่าเขารับไหมค่ะ ?

  4. สำหรับนิตยสารในเครือนี้จะรับเป็นพนักงานประจำทั้งหมดค่ะ 1 หัวนิตยสารก็จะมี พิสูจน์อักษรอยู่ 1 คน ที่รับเป็นฟรีแลนซ์จะเป็นนักเขียน นักแปลมากกว่าค่ะ

    จันพอรู้มาว่าที่นี่รับเด็กฝึกงาน ถ้าสนใจก็น่าจะลองติดต่อเข้ามาดูนะคะ

    แต่ถ้าถามว่าอยากทำงานพิสูจน์อักษรเป็นฟรีแลนซ์ เคยได้ยินจากการให้สัมภาษณ์ว่า สนพ สถาพร ใช้บริการอยู่ค่ะ (ที่นั่น หลักๆ เป็นฟรีแลนซ์ค่ะ) ยังไงลองไปติดต่อดูนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *