dsunaoep0401

ขอบคุณรูปจาก Chinna แห่ง D-addicts (คนปล่อย Hardsub ค่ะ) มาต่อด้วยเรื่องเทคนิคการแปลค่ะ(。・∀・) (( จันรู้สึกเหมือนเป็นอาจารย์มาแลคเชอร์วิชาการแปลยังไงไม่รู้เนาะ แต่จันชอบวิชานี้มากเลยนี่นา หาเรียนข้างนอกยากนะคะ วิชานี้ )) 1. การแปลคำเฉพาะ (´・ε・`) ซับไตเติลหลายเรื่องทำเอาหัวหมุน เพราะว่ามาเป็นชื่อเฉพาะที่ไม่รู้จัก อย่างชื่อสัตว์ที่บ้านเราไม่มี ชื่อวรรณคดีที่เราไม่รู้จัก (*^_^*)A ถ้าเจอแบบนี้ หลายคนมักจะใส่ footnote มาในซับไตเติล อย่างในเรื่องที่จันแปล (;´Д`) ซับeng Today, we’ll be continuing with ‘The Pillow Book’. (T/N: “The Pillow Book” or “Makura no Soushi” c. 990-1000 AD, is a collection of observations about court life ...Read More

01

มาต่อเรื่องการแปลซับไตเติลกันต่อค่ะ ノ´▽`)ノ หลังจากที่คุณผู้อ่านได้เรียนรู้หน้าที่และขั้นตอนของทีมซับไปแล้ว วันนี้จันจะมาแนะนำเกี่ยวกับพื้นฐานการแปลค่ะ (≧▽≦) เทคนิคการแปลนี้ได้มาจากการเรียนวิชาการแปลที่มหาวิทยาลัย ต้องขอขอบคุณอาจารย์มา ณ ที่นี้ค่ะ (,,・∀・) ก่อนอื่นมาเข้าใจคำว่าการแปลกันก่อนนะ (≧∇≦) การแปลคือการเปลี่ยนจากภาษาหนึ่งไปยังอีกภาษาหนึ่ง โดยให้สารครบถ้วน (ทั้งความหมาย รูปแบบ อารมณ์ และ ความแฝง) และเป็นไปตามธรรมชาติของภาษาที่เราแปล นอกจากนี้การแปลยังเป็นการทำงานข้ามวัฒนธรรม เนื่องจากสิ่งที่เราแปลไม่ว่าจะเป็นภาษาหรือบทภาพยนตร์ ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนวัฒนธรรมของชาตินั้นๆออกมาทั้งสิ้น (o≧д≦)ノ ดังนั้นการแปลจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่แค่การแปลคำศัพท์ ไม่ใช่แค่เข้าใจแล้วจะทำได้ แต่ต้องรู้ด้วยว่าจะถ่ายทอดออกมาได้อย่างไร เหมือนประโยคว่า ‘ That’s right ! ‘ ไม่ได้แปลว่า นั่นทางขวา นั่นแหละค่ะ การแปลซับไตเติล มักเป็นการแปลแบบเอาความ เน้นเนื้อหาและอารมณ์เป็นหลักใหญ่ ,・∀-、 ข้อจำกัดของการแปลซับไตเติล (-_-メ;) คือ ‘ พื้นที่ ‘ ค่ะ จริงๆแล้วบางคนอาจจะไม่แคร์เรื่องนี้ ใส่ footnote มาเต็มที่ แต่ในตามหลักแล้ว ข้อจำกัด นี้ระบุไว้อย่างชัดเจนเลยค่ะ ε=ε=┏( ・_・)┛ คนแปลซับต้องแปลให้คำพูดนั้นอยู่ในพื้นที่ที่พอดี ไม่ยาวจนเกินไป \(^^)/ เพราะมันมีผลกระทบทั้งพื้นที่ และการอ่านซับไตเติลของผู้ชมหนังด้วยค่ะ ”(ノ> <)ノ (ผู้อ่านอาจจะอ่านไม่ทัน ต้องpauseหนังเพื่ออ่านซับ เป็นการเสียอรรถรถ หรือโฟกัสกับการอ่านซับมากเกินไปจนไม่สนใจภาพที่หน้าจอได้ค่ะ) สิ่งที่พึงระวังในการแปลมีดังนี้ค่ะ 1. สรรพนาม (o≧д≦)ノ อันนี้ขอยกตัวอย่างซับengเป็นหลักแล้วกันนะคะ ภาษาอังกฤษ สรรพนามบ้านเขา บุรุษที่ 1 มีแค่ ...Read More

dsunaoep0302

เจอกันทุกวันศุกร์ยามค่ำคืนค่ะ(≧▽≦) วันนี้มาต่อกันด้วยเรื่องการแปลซับไตเติลค่ะ(,,・∀・) กว่าจะได้ซับหนังสักตอนไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ ซีรีส์ 1 ตอน ความยาวโดยประมาณ 45 นาที คนแปลต้องแปลประมาณ 600 ประโยค มีทั้งสั้นและยาวปนกันไป (^ _ ^;) ขอบคุณรูปจาก Chinna แห่ง D-addicts (คนปล่อย Hardsub ค่ะ) ข้อแนะนำสำหรับคนแปลมีดังนี้ค่ะ 1. โหลดหนังตั้งแต่ไฟล์ไม่มีซับออก (-^口^-) คนแปลที่ทำงานกับซอฟซับ ควรมีไฟล์ raw หรือไฟล์ที่ไม่มีซับมาไว้ในครอบครองค่ะ เนื่องจากเวลาแปลแล้ว เราจะต้องเช็คกับไฟล์ซับที่เราแปล ดังนั้นโหลดไฟล์ raw รอไว้เลย(^∀^)ノ 2. ดูหนังหลายๆรอบระหว่างรอซับ ( ̄∀ ̄) ใครว่าการดูหนังไม่มีซับเป็นเรื่องเสียเวลา ไม่จริงเลยค่ะ ถ้าเราอ่านเรื่องย่อก่อนหรือรู้ทิศทางของเรื่องอยู่แล้ว จะทำให้เราเข้าใจหนังได้ไม่ยากค่ะ (。・∀・) การดูหนังโดยไม่มีซับจะทำให้เราโฟกัสที่อารมณ์และท่าทางของตัวละครได้ดีกว่า เมื่อเราพยายามจะเข้าใจแล้ว เราจะค่อยๆจินตนาการคำพูดของตัวละครได้อย่างช้าๆ (o^冖^o) ทำให้เรามีภาพของตัวละครอยู่ในหัว และสามารถใช้คำพูดที่เหมาะกับตัวละครได้ง่ายขึ้นค่ะ 3. เมื่อซับที่เราจะแปลออก (เช่นซับ eng) (-^口^-) ดูหนังควบคู่กับซับรอบแรกทั้งหมด ดูให้เข้าใจเนื้อหาและอารมณ์ของตัวละคร พอรอบสองให้เช็คคำพูดที่เราจินตนาการไว้เมื่อตอนที่ยังไม่ได้ดูซับ แล้วคิดคำพูดที่เราจะแปลไว้คร่าวๆ (≧▽≦) 4. เมื่อต้นฉบับซอฟซับออก (^◇^)v ถ้าเราแปลซอฟซับจากซับอิ้ง จะเป็นเรื่องง่ายกว่าซับภาษาที่เราไม่รู้จัก (´・ε・`) เพราะเราสามารถที่จะเข้าใจความหมายและแปลได้ โดยไม่ต้องดูไฟล์เทียบตลอดเวลา แปลลงซอฟซับโดยเขียนคำพูดเป็นภาษาของเราลงไปแทนภาษาเดิมได้เลย แต่ถ้าซอฟซับที่เราใช้อาจเป็นซอฟซับของภาษาที่เราไม่รู้จัก (>_<) อย่างเช่นเรื่อง Sunao ni Narenakute ที่จันแปล ใช้softsubของเกาหลีแล้วแกะซับจากHardsubภาษาอังกฤษในยูทูบเอา ตัวอักษรในซอฟซับก็อ่านไม่รู้เรื่อง ไทมมิ่งของซอฟซับกับฮาร์ดซับก็ไม่ตรง ...Read More


Get Adobe Flash player