ขอบคุณรูปจาก Chinna แห่ง D-addicts
(คนปล่อย Hardsub ค่ะ)
มาต่อด้วยเรื่องเทคนิคการแปลค่ะ(。・∀・)
(( จันรู้สึกเหมือนเป็นอาจารย์มาแลคเชอร์วิชาการแปลยังไงไม่รู้เนาะ
แต่จันชอบวิชานี้มากเลยนี่นา
หาเรียนข้างนอกยากนะคะ วิชานี้ ))
1. การแปลคำเฉพาะ (´・ε・`)
ซับไตเติลหลายเรื่องทำเอาหัวหมุน
เพราะว่ามาเป็นชื่อเฉพาะที่ไม่รู้จัก
อย่างชื่อสัตว์ที่บ้านเราไม่มี
ชื่อวรรณคดีที่เราไม่รู้จัก (*^_^*)A
ถ้าเจอแบบนี้
หลายคนมักจะใส่ footnote มาในซับไตเติล
อย่างในเรื่องที่จันแปล (;´Д`)
ซับeng
Today, we’ll be continuing with ‘The Pillow Book’.
(T/N: “The Pillow Book” or “Makura no Soushi” c. 990-1000 AD, is a collection of observations about court life ...Read More
มาต่อเรื่องการแปลซับไตเติลกันต่อค่ะ ノ´▽`)ノ
หลังจากที่คุณผู้อ่านได้เรียนรู้หน้าที่และขั้นตอนของทีมซับไปแล้ว
วันนี้จันจะมาแนะนำเกี่ยวกับพื้นฐานการแปลค่ะ (≧▽≦)
เทคนิคการแปลนี้ได้มาจากการเรียนวิชาการแปลที่มหาวิทยาลัย
ต้องขอขอบคุณอาจารย์มา ณ ที่นี้ค่ะ (,,・∀・)
ก่อนอื่นมาเข้าใจคำว่าการแปลกันก่อนนะ (≧∇≦)
การแปลคือการเปลี่ยนจากภาษาหนึ่งไปยังอีกภาษาหนึ่ง
โดยให้สารครบถ้วน (ทั้งความหมาย รูปแบบ อารมณ์ และ ความแฝง)
และเป็นไปตามธรรมชาติของภาษาที่เราแปล
นอกจากนี้การแปลยังเป็นการทำงานข้ามวัฒนธรรม
เนื่องจากสิ่งที่เราแปลไม่ว่าจะเป็นภาษาหรือบทภาพยนตร์
ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนวัฒนธรรมของชาตินั้นๆออกมาทั้งสิ้น (o≧д≦)ノ
ดังนั้นการแปลจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
ไม่ใช่แค่การแปลคำศัพท์
ไม่ใช่แค่เข้าใจแล้วจะทำได้
แต่ต้องรู้ด้วยว่าจะถ่ายทอดออกมาได้อย่างไร
เหมือนประโยคว่า
‘ That’s right ! ‘ ไม่ได้แปลว่า นั่นทางขวา นั่นแหละค่ะ
การแปลซับไตเติล
มักเป็นการแปลแบบเอาความ
เน้นเนื้อหาและอารมณ์เป็นหลักใหญ่ ,・∀-、
ข้อจำกัดของการแปลซับไตเติล (-_-メ;)
คือ ‘ พื้นที่ ‘ ค่ะ
จริงๆแล้วบางคนอาจจะไม่แคร์เรื่องนี้
ใส่ footnote มาเต็มที่
แต่ในตามหลักแล้ว ข้อจำกัด นี้ระบุไว้อย่างชัดเจนเลยค่ะ ε=ε=┏( ・_・)┛
คนแปลซับต้องแปลให้คำพูดนั้นอยู่ในพื้นที่ที่พอดี
ไม่ยาวจนเกินไป \(^^)/
เพราะมันมีผลกระทบทั้งพื้นที่
และการอ่านซับไตเติลของผู้ชมหนังด้วยค่ะ ”(ノ> <)ノ
(ผู้อ่านอาจจะอ่านไม่ทัน
ต้องpauseหนังเพื่ออ่านซับ
เป็นการเสียอรรถรถ
หรือโฟกัสกับการอ่านซับมากเกินไปจนไม่สนใจภาพที่หน้าจอได้ค่ะ)
สิ่งที่พึงระวังในการแปลมีดังนี้ค่ะ
1. สรรพนาม (o≧д≦)ノ
อันนี้ขอยกตัวอย่างซับengเป็นหลักแล้วกันนะคะ
ภาษาอังกฤษ สรรพนามบ้านเขา
บุรุษที่ 1 มีแค่ ...Read More
เจอกันทุกวันศุกร์ยามค่ำคืนค่ะ(≧▽≦)
วันนี้มาต่อกันด้วยเรื่องการแปลซับไตเติลค่ะ(,,・∀・)
กว่าจะได้ซับหนังสักตอนไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ
ซีรีส์ 1 ตอน ความยาวโดยประมาณ 45 นาที
คนแปลต้องแปลประมาณ 600 ประโยค
มีทั้งสั้นและยาวปนกันไป (^ _ ^;)
ขอบคุณรูปจาก Chinna แห่ง D-addicts (คนปล่อย Hardsub ค่ะ)
ข้อแนะนำสำหรับคนแปลมีดังนี้ค่ะ
1. โหลดหนังตั้งแต่ไฟล์ไม่มีซับออก (-^口^-)
คนแปลที่ทำงานกับซอฟซับ
ควรมีไฟล์ raw หรือไฟล์ที่ไม่มีซับมาไว้ในครอบครองค่ะ
เนื่องจากเวลาแปลแล้ว
เราจะต้องเช็คกับไฟล์ซับที่เราแปล
ดังนั้นโหลดไฟล์ raw รอไว้เลย(^∀^)ノ
2. ดูหนังหลายๆรอบระหว่างรอซับ ( ̄∀ ̄)
ใครว่าการดูหนังไม่มีซับเป็นเรื่องเสียเวลา
ไม่จริงเลยค่ะ
ถ้าเราอ่านเรื่องย่อก่อนหรือรู้ทิศทางของเรื่องอยู่แล้ว
จะทำให้เราเข้าใจหนังได้ไม่ยากค่ะ (。・∀・)
การดูหนังโดยไม่มีซับจะทำให้เราโฟกัสที่อารมณ์และท่าทางของตัวละครได้ดีกว่า
เมื่อเราพยายามจะเข้าใจแล้ว
เราจะค่อยๆจินตนาการคำพูดของตัวละครได้อย่างช้าๆ (o^冖^o)
ทำให้เรามีภาพของตัวละครอยู่ในหัว
และสามารถใช้คำพูดที่เหมาะกับตัวละครได้ง่ายขึ้นค่ะ
3. เมื่อซับที่เราจะแปลออก (เช่นซับ eng) (-^口^-)
ดูหนังควบคู่กับซับรอบแรกทั้งหมด
ดูให้เข้าใจเนื้อหาและอารมณ์ของตัวละคร
พอรอบสองให้เช็คคำพูดที่เราจินตนาการไว้เมื่อตอนที่ยังไม่ได้ดูซับ
แล้วคิดคำพูดที่เราจะแปลไว้คร่าวๆ (≧▽≦)
4. เมื่อต้นฉบับซอฟซับออก (^◇^)v
ถ้าเราแปลซอฟซับจากซับอิ้ง
จะเป็นเรื่องง่ายกว่าซับภาษาที่เราไม่รู้จัก (´・ε・`)
เพราะเราสามารถที่จะเข้าใจความหมายและแปลได้
โดยไม่ต้องดูไฟล์เทียบตลอดเวลา
แปลลงซอฟซับโดยเขียนคำพูดเป็นภาษาของเราลงไปแทนภาษาเดิมได้เลย
แต่ถ้าซอฟซับที่เราใช้อาจเป็นซอฟซับของภาษาที่เราไม่รู้จัก (>_<)
อย่างเช่นเรื่อง Sunao ni Narenakute ที่จันแปล
ใช้softsubของเกาหลีแล้วแกะซับจากHardsubภาษาอังกฤษในยูทูบเอา
ตัวอักษรในซอฟซับก็อ่านไม่รู้เรื่อง
ไทมมิ่งของซอฟซับกับฮาร์ดซับก็ไม่ตรง ...Read More