ทริปโตเกียวนอกตำรา ตอนที่ 5 : ฉันชอบ Marker

มาค่ะ ! รอบนี้จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย ครั้งนี้จะพาไปสำรวจตลาดมาร์คเกอร์ที่ญี่ปุ่นกันค่ะ
ยี่ห้อไหน ถูกกว่าไทย เท่าไทย ซื้อที่ไหน คุ้มไหมที่จะซื้อ เรามาดูกันเลยค่ะ

แผนล่าตามหาร้านเครื่องเขียน

ครั้งนี้ได้ไปร้านเครื่องเขียนใหญ่ๆ สองแห่งด้วยกันค่ะ นั่นก็คือร้าน SEKAIDO ซึ่งเป็นร้านเครื่องเขียนเก่าแก่ที่ได้รับการขนานนามว่า ร้านอุปกรณ์ศิลปะ วาดภาพ และระบายสีที่ราคาถูกที่สุดในญี่ปุ่น และร้าน Tokyu Hands ที่ไม่รู้จะจำกัดความยังไงดี คือร้านเขาขายทุกสิ่งอันที่เป็นงานฝีมือ ถ้าหาอุปกรณ์ทำรองเท้า เย็บสมุด งานช่าง งานไม้ เขาก็มีให้เพื่อนๆ ช้อป รูดเงินในกระเป๋าแบบเค้นแล้วเค้นอีกจริงๆ ค่ะ

SEKAIDO ร้านอุปกรณ์ศิลปะ วาดภาพ และระบายสีที่ราคาถูกที่สุดในญี่ปุ่น

หน้าร้าน Sekaido

ร้านนี้เป็นร้านเครื่องเขียนเก่าแก่ เปิดมาตั้งแต่ปี 1950 ค่ะ แต่เริ่มเดิมทีคือเป็นร้านขายกรอบรูปและภาพเขียน ต่อมาก็ขยายประเภทของสินค้าให้กว้างขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของผู้ซื้อ มีเครื่องเขียน อุปกรณ์ศิลปะ ดีไซน์เพิ่มขึ้นมา ปัจจุบันนี้ เซไกโดะ มีสินค้าครบเครื่องจนเรียกได้ว่าไปที่เดียว ซื้อได้ครบจริงๆ ทั้งอุปกรณ์การวาดการ์ตูน อุปกรณ์งานปั้น งานประดิษฐ์ต่างๆ

ไปยังไง มายังไง?

ตอนไปคืองงมาก เดินแอบไกลจากสถานี พอเดินไปจะถึงร้านเจอทางออกสถานีนี่ช็อคกันไปเบาๆ ค่ะ เพื่อนๆ มาลงที่สถานี Shinjuku-sanchome ประตูทางออก C1 ก็จะเห็นป้ายร้าน Sekaido อยู่ใกล้ๆ เลยค่ะ (ป้ายยาวๆ ตามลูกศรสีเขียวเลยจ้า)

2018 Summer Comic Fair

ในช่วงหน้าร้อนที่จันไป มีการจัดงาน Comic Fair ค่ะ จันเช็คดูของปีนี้ก็มีเช่นเดียวกัน อุปกรณ์วาดการ์ตูน สี Marker สกรีนโทน ปากกา G-Pen หมึก กระดาษต่างๆ ที่ร่วมรายการจะลดราคาประมาณ 20-23% ค่ะ ดีงามมากจริงๆ

ส่องมาร์คเกอร์ที่ร้าน SEKAIDO

ชั้นสองของร้านเครื่องเขียนเก่าแก่แห่งนี้ ชั้นที่เป็นก้าวแรกของเส้นทางอาชีพที่หลายคนฝันใฝ่
นั่นคือการวาดการ์ตูนนั่นเองค่ะ

ตอนที่จันไปถึง มีมาร์คเกอร์วางเรียงรายอยู่ตรงหน้า จันยืนนิ่งๆ อยู่พักนึง

… อ้าว ไม่มี Copic … ฮ่าาๆ (หัวเราะกับตัวเองพลางน้ำตาตกเบาๆ)

ไม่เป็นไร ! ทำใจให้สบาย แล้วมาลองดูแบรนด์ Marker อื่นๆ กันค่ะ !

มาร์คเกอร์ Neopiko by Deleter

มาร์คเกอร์ที่เรียงรายอยู่ตรงหน้าคือของ Deleter แบรนด์ Neopiko ค่ะ
จันรู้จักแบรนด์ Deleter เพราะเคยมีคนเอาเข้ามาในไทย แล้วเขาให้จันรีวิวสินค้า ตอนนั้นรีวิวปากกาเขียนผ้าให้เขา แต่ไม่ได้ลองมาร์คเกอร์ปกติ ได้มาแท่งเดียวเป็น Neopiko-2 ซึ่งสีคาแรคเตอร์เดียวกับ Touch เลย สีเข้มๆ เนื้อแน่นๆ แล้วก็ปากกาตัดเส้น Neopiko-Line-3 ซึ่งหัวแข็งดีมากจริงๆ

Deleter เป็นแบรนด์สินค้าที่ขายอุปกรณ์วาดการ์ตูนแบบครบเครื่องค่ะ ทั้งกระดาษ หมึก สกรีนโทน ปากกามาร์คเกอร์ ปากกาตัดเส้น เนี่ย มีหมดเลย SEKAIDO ขายสินค้าของแบรนด์ Deleter แทบจะครบเลยค่ะ ปากกามาร์คเกอร์ของ Deleter จะชื่อว่า Neopiko ค่ะ

Credit ภาพ : https://deleterusa.com

Neopiko-COLOR : ปากกาสองหัว เป็นมาร์คเกอร์ Alcohol-based หัวบรัชเป็นแบบนิ่ม เนื้อจะค่อนข้างใส ให้อารมณ์สีน้ำ Blend ง่าย ไม่มีหมึกเติม ราคาลด Comic Fair 190 เยน (ประมาณ 57 บาท) ราคาเต็ม 220 เยน (ประมาณ 66 บาท)

Neopiko-2 : ปากกาสองหัว เป็นมาร์คเกอร์ Alcohol-based เนื้อจะค่อนข้างแน่น สีสไตล์งานดีไซน์ งานกราฟิก ไม่มีหมึกเติม ราคาเต็ม 250 เยน (ประมาณ 75 บาท)

ซื้อ / ไม่ซื้อ

Neopiko ที่ประเทศไทยนำเข้ามา ราคาแพงมากค่ะ ราคาสูงขึ้นประมาณเท่านึงจากที่ญี่ปุ่นขาย และไม่แน่ใจว่าตอนนี้ยังขายอยู่ไหม ถ้ามาถึงญี่ปุ่นแนะนำให้ซื้อค่ะ ! โดยเฉพาะปากกาตัดเส้นของเขา Neopiko-Line-3 แท่งละ 170 เยน (ประมาณ 51 บาท) ช่วง Sale เหลือ 125 เยน (เหลือประมาณ 37.5 บาท) และ Neopiko-Color ได้ใช้แล้วติดใจมาก อยากกลับไปซื้ออีก สีให้อารมณ์ Copic มากเลย เนื้อใสๆ เบลนด์ดี ไม่ควรพลาดค่ะ

ราคาช่วง Comic Fair ของ Neopiko-Color
– 1 สี : 190 เยน (ประมาณ 57 บาท)
– Set 6 สี : 1,141 เยน (ประมาณ 342.30 บาท)
– Set 12 สี : 2,281 เยน (ประมาณ 684.30 บาท)
– Set 24 สี : 4,562 เยน (ประมาณ 1,368.60 บาท)
– Set 36 สี : 6,586 เยน (ประมาณ 1,975.80 บาท)
– Set 72 สี : 13,173 เยน (ประมาณ 3,951.90 บาท)

มาร์คเกอร์ Le Plume by Marvy Uchida

ยี่ห้อต่อมาที่ Sekaido ขาย ก็คือยี่ห้อ Marvy Uchida ชื่อสินค้า Le Plume ค่ะ ที่เราเห็นแท่งสีเทานี้เป็นรุ่นของปี 2018 ส่วนในปี 2019 เขาได้เปลี่ยน Design ของตัวแท่งและกล่องให้ดูดีมีระดับมากขึ้น

Credit ภาพ : http://www.marvy.jp/hobby_collection/luplume/index.html

Le Plume เป็นปากกามาร์คเกอร์ Alcohol-based เช่นเดียวกันค่ะ ตัวนี้จะเป็นหัวเดียวคือ หัว Ultra soft brush tip คือหัวอ่อนนุ่ม ให้ความรู้สึกแบบพู่กัน เนื้อหมึกค่อนข้างใสดีค่ะ ใช้ได้เลย ราคาแบบแท่งลดแล้วจะอยู่ที่แท่งละ 173 เยน (ประมาณ 51.9 บาท)

ซื้อ / ไม่ซื้อ

ส่วนตัว ยังไม่ได้ลองแบบจริงๆ จังๆ ค่ะ แต่เท่าที่ลองใช้ดูในกระดาษ จันว่าเบลนด์ยากไปหน่อย มันจะออกแห้งๆ Neopiko ดูไหลมากกว่า แต่ราคาจันว่าถูกดีค่ะ ลองได้ไม่เสียหาย แล้วก็หัว Brush นิ่มดีค่ะ ซื้อมาระบายสีพื้น ระบายพื้นที่ใหญ่ๆ หน่อย ไม่ต้องเบลนด์เยอะ ดีทีเดียวเลยค่ะ

ราคาช่วง Comic Fair ของ Le Plume
– 1 สี : 130 เยน (ประมาณ 39 บาท)
– Set 12 สี : 1,556 เยน (ประมาณ 466.80 บาท)
– Set 24 สี : 3,111 เยน (ประมาณ 933.30 บาท)
– Set 36 สี : 4,666 เยน (ประมาณ 1399.80 บาท)
– Set 72 สี : ราคาเต็ม 12,960 เยน (ประมาณ 3888 บาท) <<< ตัวนี้ไม่มีสินค้าที่เซไกโดะตอนจันไป
– Set 144 สี : 18,792 เยน (ประมาณ 5637.60 บาท)

มาร์คเกอร์ Comic Twin by Maxon

Shelf ใต้ปากกา Deleter คือชั้นล่างสุดที่วางขายมาร์คเกอร์ของ Maxon ค่ะ
จริงๆ ยี่ห้อ Maxon นั้นเป็นสินค้าซีรีส์อุปกรณ์วาดการ์ตูนของบริษัท Holbein ผู้ผลิตสีน้ำชื่อดังนั่นเองค่ะ

จันซื้อเซ็ท 12 สีมาเซ็ทนึงค่ะ หัวปากกาของ Comic Twin จะให้ความรู้สึกแบบ Touch พอสมควร เป็นหัวที่ปาดไปแล้วมีเสียง ฟื้ดๆ หัวไม่ได้นิ่มมาก แต่ก็ไม่แข็งจนเกินไป ใช้ในงานเก็บรายละเอียดได้ดีเลยค่ะ ส่วนหมึกก็เนื้อจะแน่นหน่อย Copic กับ Neopiko ดูใสกว่า แต่ก็ไม่แน่นมากค่ะ เรื่องการเบลนด์ จันยังไม่ได้ลองงานแบบจริงจัง แต่เท่าที่ลองในกระดาษก็แอบยากนิดหน่อยค่ะ จันว่าสีเวลาลงทับแล้ว มันต้องลงหลายชั้นมากๆ กว่าสีเข้มจะจางลง ปัญหาคล้ายๆ Le Plume ค่ะ ราคาลดแล้วอยู่ที่แท่งละ 208 เยน หรือ 62.4 บาทค่ะ

ซื้อ / ไม่ซื้อ

จันว่าตัวนี้จัดว่ากลางๆ คือส่วนตัวจันชอบ Neopiko มากกว่าอยู่ดี แล้วก็ถูกกว่าด้วยอ่ะนะ ถ้าได้ลองจริงจังอาจจะชอบมากกว่าเดิม คืองงใจว่าทำไมมันดูขายดีพอสมควรเลย พวกที่เป็นเซ็ทๆ ยี่ห้อนี้เหลือน้อยสุด มันอาจจะมีข้อดีซ่อนอยู่ก็เป็นได้แฮะ

ราคาช่วง Comic Fair ของ Comic Twin
– 1 สี : 208เยน (ประมาณ 62.40 บาท)
– Set 6 สี : 1,248 เยน (ประมาณ 374.40 บาท)
– Set 12 สี : 2,495 เยน (ประมาณ 748.50 บาท)
– Set 72 สี : ราคาเต็มในร้าน 15,552 เยน (ประมาณ 4665.6 บาท) <<< ถ่ายรูปราคามาไม่ติดจ้า T^T
– Set 144 สี : 31,104 เยน (ประมาณ 9331.20 บาท)

อีกอย่างที่อยากแนะนำให้ลองดูกันก็คือ สีไม้แยกแท่งค่ะ ที่นี่มีให้เลือกหลายสี หลายยี่ห้อเลย สำหรับบางคนที่อยากจะได้สีสำหรับตัดเส้น ไม่อยากซื้อเป็นกล่องๆ นี่เป็นโอกาสที่ควรซื้อเอาไว้ใช้งานค่ะ ที่ไทยหาสีแยกแท่งยี่ห้อดีๆ ยากอยู่นะ ขอบอกกก..

Tokyu Hands ร้านสารพัดนึกเรื่องงานฝีมือและสินค้าไอเดีย

ร้าน Tokyu Hands สาขา Shibuya

Tokyu Hands ในความรู้สึกคือเหมือนห้างสรรพสินค้าที่มีแทบจะทุกอย่าง แต่ความพิเศษคือสินค้าลงลึกถึงเรื่องที่เฉพาะทางมากกว่าห้างทั่วไป เอาง่ายๆ ว่าแม่พิมพ์เท้าสำหรับช่างทำรองเท้าก็ยังมี อุปกรณ์เย็บหนังสือก็ยังมี จันแนะนำให้ไปละลายเวลากับที่นี่เยอะๆ เลยค่ะ เพื่อนๆ จะได้เจอสินค้าแปลกๆ หลายอย่างมากจริงๆ

Floor plan จะเยอะไปไหน 555
สนับสนุนการเดินบันได นับแคลอรี่ให้ด้วยนะ เก๋ๆ
อุปกรณ์ซ่อมรองเท้าก็ยังมี คิดดู !
งานไม้ก็มานะจ๊ะ ^^”
อุปกรณ์เข้าเล่มหนังสือก็มีเด้อ จะช่างอะไร พี่ก็ขายยย…

ไปยังไง มายังไง?

Tokyu Hand นี่ได้ไปมา 3 สาขาค่ะ สาขาที่ห้าง Takashimaya สาขาที่ชิบุยะ และอะไรอีกที่นึง จำไม่ได้ จันชอบสาขาที่ชิบุยะมากที่สุด ดังนั้นจะแนะนำที่สาขานี้ค่ะ ที่นี่จันเดินมาค่อนข้างไกล ดังนั้นตาม Map ด้านบนเลยนะคะ

Copic อยู่ที่ไหน พี่มาแล้วว—

Copic จะอยู่ที่ชั้น 5C ค่ะ ชั้นนี้จะขายอุปกรณ์ศิลปะและดีไซน์ กระดาษ และกรอบรูป เท่าที่ไปดู ทั้งสามสาขาก็มี Copic นะคะ ถ้าได้ไปสาขาอื่น มองหาคำว่า Art Supplies น่าจะได้เจอค่ะ

สำหรับ Copic นั้น ถ้าพูดถึงตัว Marker ที่เป็นที่นิยมคือรุ่น Sketch กับ Original ราคาจะอยู่ที่ 380 เยนค่ะ (ประมาณ 114 บาท) ซึ่งไม่ต่างจากที่ร้านสมใจหรือ Siam-Marketing ขาย ดังนั้นสิ่งที่น่าซื้อหากได้มาคืออะไร
คำตอบก็คือ
1. Marker รุ่น Ciao แบบแยกแท่ง 2. หมึกเติม 3. กล่องเก็บปากกา 4. Copic แบบเซ็ทค่ะ

Marker รุ่น Ciao (รุ่นแท่งกลมที่ไม่มีเบอร์สี) เป็นมาร์คเกอร์รุ่นเล็กของ Copic ค่ะ เคยได้ยินมาว่าเขาออกแบบขึ้นมาสำหรับเด็กๆ ราคาแท่งละ 250 เยน (75 บาท) ที่เมืองไทยไม่มีขายแยกค่ะ ขายเป็นเซ็ทเท่านั้น ดังนั้นถ้าอยากได้ Copic หัว Brush ในราคาย่อมเยาลงมาหน่อย ก็แนะนำให้ซื้อเลยค่ะ

Credit : copic.jp

หมึกเติม
ราคาที่ญี่ปุ่นจะเท่ากับรุ่น Sketch และ Original คือ 380 เยนค่ะ (ประมาณ 114 บาท) ขณะที่บ้านเรา ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 170-180 บาท ดังนั้นถ้าคิดว่าชอบ Copic แล้ว แนะนำให้ซื้อสีที่ใช้บ่อยๆ เก็บเลยค่ะ

Credit : copic.jp

กล่อง Acrylic เก็บ Copic แบบใส
สำหรับใครที่อยากมีกล่องใส่ปากกาแล้วหยิบใช้ง่ายๆ แนะนำให้ซื้อค่ะ ราคาประมาณไม่เกิน 400 เยน (ประมาณ 120 บาท) บอกเลยว่าดูหรูหราหมาเห่ากว่าการใส่กระเป๋าดินสอเยอะค่ะ หยิบใช้ง่ายกว่าด้วย ถ้าใครใช้ Copic ยี่ห้อเดียว และไม่คิดนอกใจ ก็ลองดูค่ะ

Credit : copic.jp

สุดท้าย สำหรับใครที่อยากซื้อแบบเซ็ท ก็แนะนำให้ตัดใจซื้อที่นี่เลยค่ะ เพราะว่าที่ญี่ปุ่นราคาถูกกว่าที่ไทยแบบงงๆ ค่ะ คือที่ญี่ปุ่น พอเอาราคาหารจำนวนแท่งออกมาก็จะราคาเท่าแบบแยกแท่ง แล้วกล่องเนี่ย ก็ถือว่าเป็นของแถม แต่ที่ไทยคือซื้อปลีกถูกกว่าซื้อเซ็ท ดังนั้นถ้าจะเอายกเซ็ท ซื้อที่ญี่ปุ่นดีกว่าค่ะ แล้วก็ถ้าใครอยู่โรงแรมที่รับพัสดุได้ amazon.co.jp ก็เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ ราคาจะถูกกว่าราคาที่ Tokyu Hands ซึ่งเป็นราคาเต็ม เป็นอีกตัวเลือกที่ดีและสะดวกรวดเร็วค่ะ อ่านวิธีซื้อของจากอเมซอนญี่ปุ่นได้ที่นี่นะคะ

ส่งท้าย

วันนี้เราก็จะพาเพื่อนๆ มาล้มละลายแต่เพียงเท่านี้
เดี๋ยวครั้งหน้าจะพาไปล้มละลายกันอีกที่ร้านหนังสือ Design ฮิปๆ ในโตเกียว
พร้อมโซน DIY ในร้าน 100 เยนที่จะทำให้เพื่อนๆ ต้องแปลกใจ (รึเปล่านะ?)
เอาเป็นว่าฝากติดตามต่อไปด้วยจ้า—

*********************
ทั้งหมดเป็นการเขียนและวาดโดยจันเอง
ใครจะก๊อปไปไว้ไหน เครดิต www.nuchun.com ด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *